บช.ก.ร่วมดีเอสไอเช็กบิลเครือข่ายมูลนิธิสวมเครื่องแบบตุ๋นโยงเจ้ามอญเก๊ จ่อเอาผิด 112-ซ่องโจร ให้ปปง.เช็คเส้นทางเงิน

12.10.17 | 17:00 น.

เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ประชุมร่วมกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อวางแนวทางการทำงาน และวางแนวทางการคลี่คลายคดีเครือข่ายมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่พบพฤติกรรมมีการแอบอ้าง นำภาพถ่ายกิจกรรม แต่งเครื่องแบบแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปหลอกลวงนักธุรกิจจำนวนมากมาร่วมลงทุน ซึ่งมีมูลค่าเสียหายจำนวนมาก

พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ แต่บช.ก.จะช่วยทำงาน ในการสืบสวนหาพยานหลักฐานรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายที่กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นลักษณะช่วยกันทำงานไม่ซ้ำซ้อนกัน จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มนี้ย้อนหลังไป 2 ปี มีพฤติกรรมการหลอกลวงปรากฎชัดมาก โดยการสืบสวนจำแนกไปตามแผนประทุษกรรม โดยพบว่ากลุ่มนี้มีการแอบอ้างเบื้องสูง อ้างอิงสถาบันทำให้คนเข้าใจผิดสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองเพื่อให้กลุ่มคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงทางการเงินหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้กลุ่มนี้พฤติกรรมใกล้เคียงกลุ่มของหญิงไก่ กิมเอ็ง แต่เหยื่อของกลุ่มนี้ส่วนใหญ่กลุ่มมีกำลังทางการเงินสูงกว่า อย่างไรก็ตามกลุ่มที่ทำแบบนี้แอบอ้างเพื่อหลอกลวงผู้อื่นยังมีอีกต้องกวาดล้างให้หมด ส่วนการขยายผลของเครือข่ายมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้นอยู่ระหว่างการขยายผล ไม่ขอเปิดเผยว่ามีตำรวจหรือทหารเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่หากขยายถึงใครไปพันกับวงไหน ขยายไป หากพบอีก 10คน 30 คนเกี่ยวข้องก็ดำเนินคดีทั้งหมด หรือมากกว่านั้นก็ต้องดำเนินการทั้งหมด โดยได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน (ปปง.)ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากมีความผิดก็จะดำเนินคดีฐานฟอกเงิน

ด้าน พ.ต.ต.สุริยา รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการตรวจสอบพบความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฮัจยีกรุ๊ปจำกัด ที่แอบอ้างว่ารู้จักกับเจ้ารัฐมอญ หลอกนักลงทุนไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านกับมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย ว่า สาขาของมูลนิธิอาสาบรรเทาภัยมีอย่างน้อย 2 สาขา ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นที่ตั้งของบริษัทฮัจยีกรุ๊ป จํากัด รวมถึงการสอบสวนยังพบความเชื่อมโยง ของมูลนิธิอาสาบรรเทาภัยกับบริษัทฮัจยีกรุ๊ปในลักษณะของการร่วมกันเป็นขบวนการ นอกเหนือจากการแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามการสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารวบรวมหลักฐาน แจ้งข้อหาความผิดเพิ่มเติม ทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดซ่องโจรและ ฟอกเงินอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ออกหมายจับ9ราย และสามารถจับกุมได้7ราย ส่วนการขยายผลจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ไม่ขอเปิดเผย ขยายผลไปถึงใครก็จะดำเนินการทันที