เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบก.สตม. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร ผกก.2บก.สส.สตม. พร้อมกำลัง แถลงจับกุมแก๊งโรแมนสแกม 2 ราย มีนายโอสิต้า ลอว์เร็นซ์ อายุ 32 ปี ชาวไนจีเรีย ผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายชักวูบูก้า สแตนเล่ย์ ปีเตอร์ อายุ 33 ปี ชาวไนจีเรีย ผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดยจับกุมได้ที่ เซนต์ชาร์มคอนโดมิเนียม เฟส 1 ตึก 2 เลขที่ 325/22 ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตประเวศ
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า แก๊งโรแมนสแกม นิยมใช้สื่อโซเชียล โปรแกรมแชตต่างๆ หลอกลวงทำให้ผู้อื่นสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก เป็นการสร้างเฟซบุ๊กปลอม เป็นชาวยุโรป มีฐานะดี จากนั้นจะค้นหาเหยื่อในเฟซบุ๊กแล้วติดต่อทำความรู้จัก และพูดคุยอ้างตัวเป็นคนมีหน้าที่การงานดี มีฐานะดี และหลงรักในตัวเหยื่อ หรืออยากร่วมลงทุนทำธุรกิจกับเหยื่อ โดยออกอุบายจะส่งทรัพย์สินของมีค่ามาให้เป็นของขวัญหรือเป็นการการันตีไว้ก่อน จะส่งภาพทรัพย์สินและกล่องพัสดุรวมทั้งใบส่งของที่มีชื่อของเหยื่อ(ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก้ไขภาพเป็นชื่อที่อยู่ของเหยื่อ) เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะมีผู้ร่วมขบวนการติดต่อไปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทส่งของ หรือศุลกากร หรือสถานทูต เป็นต้น เพื่อให้เหยื่อชำระค่าธรรมเนียมส่งของผ่านการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ และจะหลอกอ้างเหตุผลต่างๆ ให้เหยื่อโอนเงินมาเรื่อยๆ เมื่อเหยื่อรู้ตัวจะหลบหนีแล้วหาเหยื่อรายใหม่ต่อ
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า มีชาวต่างชาติพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง มักอยู่ในห้องกับบริเวณคอนโดมิเนียม และใช้คอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน หลังจากนั้นจึงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมจนกระทั่งมั่นใจว่าทั้ง2 เป็นแก๊งโรแมนสแกม จึงเข้าตรวจค้นภายในห้องพัก พบคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้โปรแกรมเฟซบุ๊กหลอกเหยื่อ และโทรศัพท์อีกจำนวนหนึ่ง หลังตรวจสอบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ดังกล่าว มีภาพถ่ายชาวยุโรป ภาพทรัพย์สินของมีค่า ภาพกล่องพัสดุ และภาพใบแจ้งการส่งพัสดุ เชื่อว่ามีไว้ใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาผู้เสียหายเพื่อดำเนินคดีฐานฉ้อโกง หากประชาชนคนใดเคยพบเห็นหรือถูกหลอก โดยเฟซบุ๊กปลอมที่ใช้ภาพถ่ายที่ตรวจพบดังกล่าว สามารถเข้ามาดูตัวหรือแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ ห้องกักคนต่างด้าว กก.3 สตม.
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กก.2 บก.สส.สตม. ร่วมกันจับกุมนายวินาย มิสรา อายุ 29 ปี ชาวอินเดีย ผู้ต้องหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ได้ที่โรงแรม ย่านสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย หลังผู้เสียหายร้องเรียนถูกนายวินาย ใช้กลอุบายลักทรัพย์สินไป โดยอ้างว่าเป็นชาวอเมริกัน มีธุรกิจโรงแรม มีฐานะดี แล้วพูดคุยกับเหยื่อจนเหยื่อหลงเชื่อ จากนั้นจะออกอุบายทำเป็นถูกคนร้ายปล้นทรัพย์สิน หรือกระเป๋าทรัพย์สินสูญหาย ไม่มีเงินติดตัว และขอไปพักบ้านเหยื่อ หลังจากเข้าไปอยู่ในบ้าน จะชักชวนเหยื่อไปเที่ยวผับกลางคืน แล้วแอบกลับมาบ้านเหยื่อก่อน และลักทรัพย์สินของเหยื่อ เมื่อเหยื่อกลับมาจะแสร้งทำเป็นมีขโมยเข้ามาลักทรัพย์และบอกเหยื่อว่าทรัพย์ของตนก็ถูกขโมยด้วย แต่เนื่องจากเหยื่อไม่เชื่อเพราะไม่มีร่องรอยงัดแงะหรือรื้นค้นทรัพย์สิน จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบ
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จับกุมนายวินาย ได้พร้อมสิ่งของมีค่าจำนวนมาก เช่น คอมพิวเตอร์โน้คบุ๊ก กล้องถ่ายรูป สร้อยคอทองคำ นาฬิกา บัตรเครดิตและธนบัตรสกุลต่างๆ อีกหลายรายการ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐาน พร้อมทั้งตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบถามนายวินาย รับสารภาพว่า เป็นชาวอินเดีย แต่อ้างว่าเป็นชาวอเมริกัน จะหาเหยื่อที่เป็นหญิงสาวผ่านโปรแกรมค้นหาผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงผ่านโซเชียล เช่น Find Friends Nearby ของ Facebook หรือ โปรแกรมหาคู่ชื่อ tinder จากนั้นจะติดต่อพูดคุยจีบเหยื่อจนหลงเชื่อ แล้วอ้างเหตุตามข้างต้นเพื่อลักทรัพย์สินของเหยื่อ โดยตระเวนทำมาแล้วในประเทศมาเลเซีย จีน เวียดนาม และไทย จนกระทั่งถูกจับได้ดังกล่าว จึงนำส่งพนักงานสอบสวนสน.พระโขนง ดำเนินคดีต่อไป

