เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2560 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี สั่งการให้ พ.ต.อ.ทวี กิติวิริยกุล ผกก.สภ.เมือง จว.อุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี สารวัตรสืบสวน สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนชุดที่ 3 บูรณาการร่วมกับ ร.อ.ครุชน บุญเพศ ผู้บังคับกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดอุบลราชธานี ร.6 พัน.3 กรมทหารราบที่ 6 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 228/1 ถนนศรีณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พบนายสุนทร แสงวงษ์ อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่ามีการแต่งเครื่องแบบและประดับชั้นยศคล้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐและมีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียล โดยแอบอ้างทำกิจกรรมต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี สร้างความสับสนให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจากหน่วยงานใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว พบเครื่องแบบ วิทยุสื่อสาร ไซเรน รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุสีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บว 593 อุบลราชธานี ติดโลโก้ข้างรถหน่วยศิรินทร์ 39 มูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สอบสวนเบื้องต้น นายสุนทร แสงวงษ์ อายุ 65 ปี ให้การว่า ได้รับการแต่งตั้งจากมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นรอง ผอ.ศูนย์ประสานงานมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จ.อุบลราชธานี และมีนายศุภวัฒน์ ศิลารักษ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จ.อุบลราชธานี และมีนายชัชนันท์ พงษ์พาณิชย์ เป็นนายเวรผู้อำนวยการ ซึ่งที่อุบลฯเป็นศูนย์ประสานงานของมูลนิธิ สำหรับเครื่องแบบที่ได้มา มีผู้ที่มีสิทธิใส่อยู่ 2 คนคือ ผอ.กับรอง ผอ.ศูนย์ประสานงานมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จ.อุบลราชธานี เท่านั้น สำหรับเครื่องแบบได้สั่งซื้อมาจากมูลนิธิ ราคา 1 หมื่นบาท ส่วนสมาชิกที่อยู่ต่างอำเภอจะใส่ชุดฝึกธรรมดา ขณะนี้ทางมูลนิธิส่วนกลางได้สั่งการมาให้เอาโลโก้ออก ห้ามไม่ให้เคลื่อนไหว เพราะสถานการณ์ไม่ปกติ ให้หยุดทำกิจกรรมทุกจังหวัด

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กิติวิริยกุล ผกก.สภ.เมือง จว.อุบลราชธานี กล่าวว่า เนื่องจากเครื่องหมายและยศล้วนแต่ต้องขอพระราชทานอนุญาตในการใช้ภายใต้กฎกระทรวงนั้นๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหานายสุนทร แสงวงษ์ 2 ข้อหาคือ มีและใช้วิทยุสื่อสารของทางราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต และแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน เนื่องจากเครื่องหมายและยศล้วนแต่ต้องขอพระราชทานอนุญาตในการใช้ภายใต้กฎกระทรวงนั้นๆ ทั้งสิ้น

