เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 16 ตุลาคม ที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นางณา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ลูกจ้างชั่วคราวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ขอนเเก่น พร้อม ด.ช.บี(นามสมมติ) อายุ3ขวบ 1เดือน เข้าพบนายประเสริฐ กาญจนอุทัย อัยการเชี่ยวชาญพิเศษหัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเฉลิมพระเกียรติ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีสามีเเละบุตรชาย ถูกรถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ขับชนและบุตรชายต้องพิการมีอาการชาตั้งเเต่ราวนม มาถึงช่วงล่าง ส่งผลให้ไม่มีความรู้สึกเดินไม่ได้ อีกทั้งเวลาขับถ่ายไม่มีความรู้สึกต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเเละปัสวะทางสายยาง
น.ส.ณา เล่าว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม2558 นายเกต นาถมทอง อายุ 68 ปี คนขับรถอาสาสมัครของโรงพยาบาลเเห่งหนึ่งได้ขับรถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน บว4942ขอนแก่น ชนจักรยานยนต์ ที่สามีเเละลูกของตนนั่งมา เเจ้งความดำเนินคดีอาญา เเละมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางเเพ่งไป เพิ่งทราบจากอัยการที่มาพบในวันนี้ที่ตรวจสอบทราบว่าศาลแขวงขอนแก่นได้มีคำพิพากษาจำคุกนายเกต6เดือน ปรับ3,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี ไปเเล้วแต่คดีแพ่ง สามีซึ่งได้รับบาดเจ็บ บุตรชายย และตนเป็นโจทก์ร่วมกันฟ้องกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยที่ 2 เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท ที่ศาลนัดไกล่เกลี่ยมีการไกล่เกลี่ยกันมาหลายครั้ง เเต่ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ หลังจากยื่นฟ้องคดีแพ่ง ศาลไม่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด แต่ให้วางค่าธรรมเนียมศาลครึ่งหนึ่ง ตนต้องหาเงินมาวางค่าธรรมเนียมศาลไป 50,000 บาทต้องวิ่งหยิบยืมเงินจากเพื่อนบ้าน ทั้งต้องจ้างทนายความสู้คดีเองอีกต่างหาก จนหมดทุนสู้คดี ทั้งมีความรู้สึกเกี่ยวกับคดีว่า การที่ตนไม่ได้ฟ้องนายเกตเข้ามาในคดีแพ่งตั้งแต่แรก เพื่อเชื่อมโยงรูปคดี ว่าคนขับรถที่ทำละเมิดกับกระทรวงสาธารณสุขมีความเกี่ยวข้องกันในลักษณะตัวการตัวแทน หรือเป็นนายจ้างลูกจ้าง อาจจะเสียเปรียบทางคดีได้ และไม่รู้ว่าคดีจะเป็นอย่างไรต่อไป ขณะที่บุตรชาย ต้องเข้ารักษาพยาบาลที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นเนื่องจากบุตรชายมีร่างกายพิการเพราะอุบัติเหตุทำให้ยืนทรงตัวไม่ได้และมีปัญหาด้านขับถ่าย ตนเป็นคนจนแต่กลับไม่รู้สิทธิว่ารัฐมีหน่วยงานทางกฎหมายช่วยเหลือ แต่กลับไปยืมเงินชาวบ้านมาสู้คดีเอง จนบัดนี้คดีผ่านมา 2 ปียังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานใดเลย
ขณะที่ นายประเสริฐ กล่าวว่าในวันนี้ได้ตรวจสอบดูเอกสารพบว่าในส่วนของคดีอาญามีคำพิพากษาไปเเล้วโดยไม่ได้ยื่นคำร้องตามมาตรา44/1 เพื่อเรียกค่าเสียหายทางเเพ่งเกี่ยวเนื่องอาญาไปด้วย ส่วนคดีทางเเพ่งทางทนายผู้เสียหายก็ไม่ได้มีการฟ้องคนขับรถไปด้วยอาจทำให้เป็นภาระพิสูจน์ เเต่คดีนี้ยืนยันว่ายังไม่หมดอายุความเพราะเป็นคดีเเพ่งเกี่ยวเนื่องอาญาอายุความ10ปีผู้เสียหายยังสามารถฟ้องคดีเเพ่งได้อยู่ ส่วนทางสำนักช่วยเหลือทางกฎหมายจะพิจารณาหาทางช่วยเหลือกรณีนี้ต่อไป
นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดรับไว้ประสานความช่วยเหลือดังนี้ 1 .ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตนได้ประสานทางกระทรวงสาธารณสุขไปแล้วเพื่อขอความช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นโดยไม่คำนึงว่ารูปคดีจะผิดหรือถูกอย่างไร เนื่องจากยังไม่เห็นสำนวน 2. ประสานงานกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมหรือเงินอื่นๆเพราะผู้เสียหายได้รับความเสียหายจริงและศาลพิพากษาแล้วว่าฝ่ายคนขับรถเป็นฝ่ายผิด 3. ทางคดีความ ทางศูนย์ช่วยเหลือได้สำเนาเอกสารสำนวนความไว้แล้ว เพื่อศึกษาในทางการดำเนินกระบวนพิจารณาความแพ่ง ว่าต้องเข้าไปเสริมหรือแก้ไขหรือให้คำแนะนำในจุดใด คดีนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าชาวบ้านยากจนอยู่แล้วไม่มีความรู้เลยว่า มีหน่วยงานรัฐพร้อมช่วยเหลือทางคดี เช่นเมื่ออัยการฟ้องคนขับ ฝ่ายผู้เสียกลับไม่เข้าเป็นโจทก์ร่วม ไม่ขอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมาแต่แรก และเป็นตัวอย่างว่า เมื่อเรามีเรื่องเดือดร้อนต้องการช่วยเหลือ ให้ไปพบสำนักอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ใกล้บ้านท่านซึ่งทุกจังหวัด เพื่อไม่ให้รูปคดีเสียหายหรือคดีขาดอายุความ แม้ตกเป็นผู้ต้องหาก็มาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ต้องหาเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมในทางคดี

