จิตแพทย์เผย 2 ประเด็นหลักทำคนใช้โซเชียลฯส่อลามกอนาจาร

16.10.17 | 15:27 น.
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายสิขเรศ ศิรากานต์ นักวิชาการอิสระด้านสื่อดิจิทัลและสื่อใหม่ กล่าวถึงปัญหาสื่อสังคมออนไลน์บางสื่อมีการเผยแพร่ภาพโป๊ คลิปโป๊ คลิปการมีเพศสัมพันธ์แบบต่างๆ คลิปการช่วยเหลือตัวเอง รวมไปถึงการขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ (เซ็กซ์ทอย) และยาเสริมสมรรถภาพทางเพศผิดกฎหมายต่างๆ ก็มีเป็นจำนวนมาก ว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทุกสื่อมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งสื่อสายดาร์กยอมรับว่าก็มีเยอะมาก ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ก็มีอยู่เช่นกัน โดยธรรมชาติแล้วสื่อดิจิทัลเป็นสื่อที่ควบคุมได้ยาก ต้องใช้พนักงาน เจ้าหน้าที่มหาศาลเพียงใดในการไล่จับ ไล่ปิดสื่อสายดาร์กเหล่านี้ ถือเป็นช่องโหว่ในการกำกับ แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมี พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ซึ่งถือเป็นกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และสื่อออนไลน์ที่เข้มงวดที่สุดฉบับหนึ่งในโลกก็ตาม ตรงนี้จะกลับมาสู่เรื่องของความรู้เท่าทันในสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) คือคนใช้งานต้องรู้เท่าทันด้วย รู้รับผิดชอบตัวเราเองๆ ไม่ว่าจะโพสต์อะไร ค้นหาข้อมูลอะไร หรือการใช้เฮทสปีช ก็ต้องรู้เท่าสื่อ รู้เท่าทันใจตนเอง ซึ่งความรับผิดชอบเหล่านี้ครอบครัวก้ต้องช่วยกันสอนและปลูกฝังด้วย

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะจิตแพทย์ กล่าวว่า การถ่ายคลิปหรือภาพลามกลงในโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่จะมี 2 ประเด็น คือ 1.บางคนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่จะทำอะไรก็ได้ เพราะมีการบล็อกหรือสกรีนคนที่จะเข้ามาอยู่แล้ว ไม่ได้คิดทำเป็นสาธารณะเต็มรูปแบบ ซึ่งธรรมชาติเมื่อคนคิดว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะเป็นความสุขส่วนตัว บางคนถึงขั้นมีเป็นคอลเลกชันภาพหรือคลิป ทั้งที่จริงไม่ใช่มุมปิดเลย แต่ถือว่าเป็นสาธารณะได้ตลอด รูปภาพหรือคลิปสามารถหลุดรอดออกไปได้ ก็จากคนที่อยู่ในกลุ่มและไม่เหมือนอดีตที่จะไปตามฟิล์มกลับมาแล้วจบ แต่สามารถแพร่กระจายไปได้ในวงกว้างและจะอยู่ไปได้อีกนาน และ 2.การได้ประโยชน์บางอย่างจากการโชว์ เช่น มีความสุข ทำแล้วได้รับความสนใจ ได้รับการตอบรับ หรือบางคนต้องการได้งานแนวนี้โดยไม่ต้องผ่านแมวมอง บางคนก็ทำกันเป็นอาชีพสร้างเว็บไซต์ชัดเจนมีรายได้จากการนำเสนอตัวเอง

“อยากให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ตระหนักว่า รูปหรือคลิปเมื่อเผยแพร่ออกไปอยู่ได้นานกว่าที่เราคิด ไม่ได้อยู่ในวงปิดอย่างที่คิดด้วย เพราะกระจายออกไปได้กว้างกว่า และอาจมีคนอื่นเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ทั้งแบบตรงไปตรงมาและแบบอ้อม และต้องพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงที่ตามมาจากการกระทำด้วย ทั้งนี้ คนที่ชอบโชว์แล้วมีความสุขที่ได้รับการตอบรับหรือการยอมรับ ก็มีความเป็นไปได้ที่ในชีวิตจริงเขาอาจไม่มีความสุขหรือไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งอยากให้ใช้สื่อโซเชียลไปในทางสร้างสรรค์ เช่น ใช้เป็นช่องทางในการรวมตัวกับกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนกัน สนใจเหมือนกัน ก็จะช่วยให้เกิดการพูดคุยและมีความสุขได้ และใช้แบบเข้าใจเพื่อเสริมทักษะความสามารถบางอย่างที่เรามี ก็เป็นการใช้ให้เกิดประโยชน์รูปแบบหนึ่งโดยไม่ต้องกังวลผลลัพธ์ด้านลบยที่จะตามมา” พญ.พรรณพิมล กล่าว