เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีเมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ต.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง กว้าง 1 กม. ยาว 2 กม. ลึก 20 เมตร ที่ใช้รับน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ได้เกิดแตกเสียหายทำให้มวลน้ำจำนวนกว่า 6 แสนลูกบาศก์เมตร ไหลลงสู่พื้นที่ราบต่ำในหลายตำบลในเขตพื้นที่ อ.โคกสำโรง ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต โดยเชื่อว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นน่าจะไม่ส่งผลกระทบทำให้น้ำท่วมสูงในพื้นที่แต่อย่างใด และจากนั้นระดับน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว
โฆษก ตร.กล่าวว่า ทางรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้ทุกโรงพักในพื้นที่ประสบเหตุอุทกภัย ให้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน ให้จัดหาที่พักให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนขาดแคลนที่พัก โดยเปิดสถานที่บริเวณโรงพักให้ประชาชนเข้ามาพักได้ชั่วคราว รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อลงพื้นที่นำสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือประชาชน และในวันนี้ (18 ต.ค.) เวลา 13.45 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้กำชับให้จัดทีมเฝ้าระวังเพื่อดูแลความปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพที่มักจะฉวยโอกาสน้ำท่วมโจรกรรมทรัพย์สินและของมีค่าในบ้านเรือนประชาชน รวมถึงตั้งด่านจุดตรวจสกัดมิจฉาชีพเข้าออกพื้นที่เพื่อป้องกันคนร้ายเข้าไปปะปนก่อเหตุร้ายในพื้นที่น้ำท่วม
ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ตาก พิจิตร เพชรบูรณ์ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และหนองบัวลาภู 50 อำเภอ 318 ตำบล 1,820 หมู่บ้าน 80,223 ครัวเรือน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 195,825 ราย และเสียชีวิต 6 ราย ในพื้นที่ จ.ตาก 1 ราย จ.พิจิตร 2 ราย เพชรบูรณ์ 1 ราย พระนครศรีอยุธยา 2 ราย

