กรณี นายวีระพัน อินทะวง หรือเฒ่า ฉายามาเฟียสยาม ที่เคยก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายถีบผู้หญิง บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง รวมทั้งรีดไถเงิน ทำร้ายร่างกายทั้งเด็กและผู้หญิง ย่านสยามสแควร์ ถูกตำรวจ สน.ปทุมวัน จับแถลงข่าว ที่ บช.น. เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 ข้อหา หนีเข้าเมือง ลักทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย ถูกศาลแขวงปทุมวัน พิพากษา จำคุก 14 เดือน 15 วัน คุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ หลังพ้นโทษ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ไม่สำนึกกลับมาก่อเหตุขโมยเสื้อแจ๊กเก็ต ยี่ห้อ บอย ลอนดอน 13,500 บาท ภายในร้าน ลอนดอน ไทยแลนด์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์ วัน เขตปทุมวัน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ตุลาคม ที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก. สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.เอกรินทร์ อุปเวช สว.สส. พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ร่วมสอบปากคำ นายวีระพัน หลังถูกฝ่าย สส. สน.ปทุมวัน จับกุมบริเวณ ประชาสงเคราะห์ 3 เมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 22 ตุลาคม โดยมี นายทวีสิทธิ์ กาญจวงศ์ไพศาล เจ้าของร้าน ลอนดอน ไทยแลนด์ เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา
นายวีระพันสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ซื้อหมวกที่ร้านดังกล่าวไป ชื่นชอบเสื้อแจ๊กเก็ต ของกลางมาก แต่เงินไม่พอ จึงคุยกับพนักงานร้านขอลอง เมื่อสบโอกาสจึงเดินออกจากร้านทันที สำหรับผู้หญิงที่รู้จักกัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และปฏิเสธการขโมยโทรศัพท์ เนื่องจากนำโทรศัพท์คืนไปแล้ว หลังจากเมื่อปี 2558 ถูกจับกุม และพ้นโทษออกมา ก็กลับไปขายเสื้อผ้าที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว ก่อนที่จะข้ามเรือมาทาง จ.หนองคาย เพื่อมาซื้อเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ กระทั่งมาก่อเหตุที่ร้านเสื้อดังกล่าว รู้สึกสำนึกผิดจะไม่ก่อเหตุอีก เพราะที่ผ่านมาก็ถูกคนลาวตำหนิที่ทำเสียชื่อเสียง และคิดจะบวช
ด้าน พ.ต.อ.จารุตเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาข้ามเรือมาจากฝั่งลาว มาขึ้นฝั่งไทย และต่อรถโดยสารมาจนถึง กทม. แล้วก่อเหตุ กระทั่งถูกจับกุมพร้อมเสื้อของกลาง ส่วนเรื่องที่ว่ามีการนำโทรศัพท์ของผู้หญิงไปนั้น ไม่พบของกลาง และไม่มีเจ้าทุกข์แจ้งความ จึงดำเนินคดีในส่วนของการขโมยเสื้อ ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” และ “เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” หากมีผู้เสียหายรายอื่นสามารถเข้าแจ้งความได้ทันที

