เสียงเครือข่ายแรงงานต่อท่าที ‘บิ๊กตู่’ ยังไม่เพิ่มเงินสมทบตอนนี้ เลขาฯย้ำอยู่ในขั้นตอน

24.10.17 | 17:28 น.

เลขาฯสปส.ให้ข้อมูล ‘บิ๊กบี้’ กรณีปรับเพิ่มเงินสมทบ ย้ำไม่ได้ใช้ปีนี้ตามที่นายกฯประกาศ อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ขณะที่เครือข่ายแรงงานพร้อมหนุน แต่ขอโอกาสหารือก่อนประกาศใช้ ชงตั้งกก.ปฏิรูปประกันสังคม เพื่อแก้ปัญหาภาพรวม  

จากประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีสำนักงานประกันสังคม(สปส.) เตรียมปรับขึ้นเงินสมทบจากฐานเงินเดือนเดิมกำหนดเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท เป็นเพดาน 20,000 บาท หมายความว่าจะมีการปรับขึ้นในกลุ่มผู้ประกันตนเงินเดือน 16,000-20,000 บาท   เฉลี่ยที่ 800-1,000 บาท ปรากฏว่าเกิดกระแสความคิดเห็นมากมายว่า เพิ่มขึ้นจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างไร รวมไปเพิ่มขึ้นสมทบเพราะกองทุนขาดเงิน หรือเพราะรัฐค้างเงินอยู่กว่า 5.6 หมื่นล้านบาทหรือไม่  กระทั่งล่าสุดนายกรัฐมนตรีออกมาพูดลักษณะว่าควรต้องหารือกันก่อน ยังไม่ได้มีการประกาศใช้แต่อย่างไร

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม   นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ตนได้รายงานในที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รวมถึงชี้แจงต่อพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ทราบถึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งท่านเป็นห่วง แต่ตนก็อธิบายให้เข้าใจว่าเรื่องมีการทำประชาพิจารณ์กันมา 4 ภาค มีคนเข้าร่วมในเวลา 1,700 คน และรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์มีคนเข้ามาแสดงความเห็นกว่า 9,000 คน กว่า 80 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยในการปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบนี้ ขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้วย ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็เข้าใจ และเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับผู้ประกันตนเองด้วย แต่ก็ต้องทำความเข้าใจให้ประชาชนทราบอีกมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความห่วงใย และระบุว่าจะไม่มีการปรับเพิ่มเงินสมทบในช่วงนี้ นพ.สุรเดช กล่าวว่า แน่นอน เราไม่ได้ปรับเพิ่มเงินสมทบในช่วงนี้ เพราะโดยกระบวนการยังมีอีกหลายขั้นตอนตามกฎหมาย ต้องใช้เวลา และต้องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก

เมื่อถามต่อว่ามีข้อเสนอว่าหากปรับควรทำเป็นขั้นบันได เช่น ปี2561 ขยายเพดาน 16,000 บาท ปี 2562 ขยายเพดาน 17,000 บาท เพราะปรับทีเดียวทำให้ผู้ประกันตนตกใจที่ต้องจ่ายเพิ่มจำนวนมาก เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ต้องถามว่าใครกันแน่ที่ตกใจ หรือใครไม่ตกใจ ยืนยันว่าการทำเรื่องนี้เราทำตามระบบหมด ไม่มีงุบงิบ การประชาพิจารณ์ก็ยืนยันว่าไม่ใช่การจัดตั้ง คนเหล่านี้ไม่มีความหมายอย่างนั้นหรือ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำในช่วงนี้

Advertisement

นายสมพร ขวัญเนตร รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดว่า ยังจะไม่มีการปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมสูงสุดเป็น 1,000 บาท ก็เพื่อลดกระแส เพราะขณะนี้สังคมมองว่าเศรษฐกิจก็ยังไม่ดี เหตุใดยังมาปรับขึ้นเงินสมทบอีก แม้จะบอกว่ามีการได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการเพิ่มเลย เพราะกระบวนการในการผลักดันกฎหมายยังมีอยู่ ซึ่งขณะนี้ก็เหลือการส่งไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ และเสนอเข้าไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ออกเป็นกฎหมายได้เลย

ด้าน นายมนัส โกศล  ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.) กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงกรณีการสมทบเงินเพิ่มว่า ยังไม่ดำเนินการนั้นและต้องมีการหารือ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) พูดว่า จะเดินหน้าปี 2561 และการที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าควรมีการหารือก่อนนั้น ทางคปค.เห็นด้วย โดยหากมีการหารือจะต้องมีการปรับแก้ปิดช่องโหว่ประเด็นเงินบำนาญชราภาพด้วย เพราะอย่าลืมว่า การเพิ่มเงินสมทบก็เพื่อเป็นเงินเก็บออมยามชรา ซึ่งทางคปค.เห็นว่า การเพิ่มเงินสมทบเป็นสิ่งที่ดี เพราะไม่ได้เก็บเงินผู้ประกันตนทุกคน แต่เก็บผู้ประกันตนในช่วงเงินเดือน 16,000-20,000 บาทในอัตราเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมีผลดีต่อการออมเงิน และเงินทดแทนต่างๆที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการว่างงาน โดยเฉพาะเงินบำนาญชราภาพจะได้เพิ่ม แต่ยังมีช่องโหว่ในเรื่องการจัดการ ซึ่งตรงนี้ต้องปฏิรูป

“เห็นด้วยที่ควรมีการหารือร่วมกันก่อน เพราะเราจะเสนอขอให้ปฏิรูปกองทุนบำนาญชราภาพ ซึ่งเป็นเรื่องคู่ขนานกัน เพราะหากเพิ่มเงินสมทบก็จะมีผลต่อเงินออม แต่การบริหารจัดการก็ต้องดีด้วย อย่างหากเสียชีวิตระหว่างรับบำนาญก็ควรมอบให้ทายาท ไม่ใช่เข้ากองทุน แต่โดยหลักเราเห็นด้วยกับการเพิ่มเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนเงินเดือน 16,000 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ เราอยากขอให้ทางสปส.พิจารณาว่า กรณีผู้ประกันตนที่ไม่ได้ปรับเงินสมทบ หรือเงินเดือนต่ำกว่า  15,000 บาท จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์กลุ่มนี้อย่างไร จะทำได้หรือไม่ที่จะมีการกระจายเงินจากกลุ่มที่เพิ่มไปช่วยในเรื่องเงินออม หรือเงินทดแทน” นายมนัสกล่าว

นายมนัส กล่าวอีกว่า เข้าใจว่าสปส. มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์อยู่ อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมก็มีเพิ่มเรื่องเงินสงเคราะห์บุตร จาก 400 บาท เป็น 600 บาทต่อเดือนให้แก่ผู้ประกันตนที่มีบุตร โดยให้ได้ 1 คนต่อการเลี้ยงดูบุตร 3 คน สำหรับบุตรที่อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ และมีเรื่องอื่นๆ แต่โดยหลักเรื่องสำคัญคือ กองทุนบำนาญชราภาพ ควรต้องมีการปฏิรูป และยังมีเรื่องอื่นๆ อีก โดยทางคปค.มองว่า ควรมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประกันสังคมขึ้นมาเฉพาะเพื่อทำเรื่องเหล่านี้ ซึ่งคปค.จะขอเข้าพบทางสปส. หารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในต้นเดือนพฤศจิกายน