เมื่อวันที่ 24 ต.ค. บริเวณจุดคัดกรองแม่พระธรณีบีบมวยผม บริเวณจัดงานพระราชพิธีฯ มีประชาชนจำนวนมากมารอเข้าคิวเพื่อผ่านจุดคัดกรองในเวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค. โดยมีการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนบ้างเล็กน้อย เนื่องจากแถวที่มานั่งรอหน้าจุดคัดกรองมีความเบียดเสียดมาก
นายณรงค์ แสนพล อายุ 45 ปี ทหารพราน3จังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากบ้านที่จ.พังงา เป็นช่วงลาพักจากงานจึงขับรถส่วนตัวมาเพียงลำพัง ถึงสนามหลวงเมื่อเช้าก็นั่งรอเรื่อยมาหวังว่าจะเข้าพื้นที่เวลาตี5พรุ่งนี้ และจะอยู่ที่นี่ยาวถึงวันที่ 29ต.ค. เตรียมตัวมานอนข้างถนน หากฝนตกก็เตรียมผ้าใบมาคลุมข้าวของ ไม่มีปัญหา
“ผมเตรียมเสื้อผ้ามา2ชุด ถ้าได้อาบน้ำก็คงอาบที่รถสุขาของกทม. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต พ่อหลวงของเราสวรรคต จึงต้องมาให้ได้ไม่กลัวลำบาก การกินอยู่เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก อย่างนี้ไม่เรียกว่าลำบาก พ่อหลวงลำบากมามากกว่านี้อีก” นายณรงค์กล่าว

ด้าน น.ส.เขมจิรัฏฐ์ อินทร์คล้าย ทนายความอายุ 46 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากสุโขทัย โดยนอนพักบ้านญาติในกรุงเทพฯ ก่อนจะเข้ามาในพื้นที่รอบสนามหลวงช่วงบ่าย ตั้งใจจะอยู่ที่สนามหลวงถึงวันที่26 ชมริ้วขบวนเสร็จจากนั้นจะไปเป็นจิตอาสาที่จุดสนามเสือป่า ก่อนจะเดินทางกลับบ้านในวันที่ 29 ต.ค.
“เราอยากเป็นหนึ่งในประชาชนที่ได้เข้าไปในพื้นที่ เข้าใจว่ามีที่จำกัดจึงมารอข้ามวัน ระหว่างรอเห็นคนกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็เข้าใจเขา ไม่มีใครอยากแย่งที่กันแต่เป็นเพราะคนเยอะ ก่อนหน้านี้เคยมากราบพระบรมศพ 3 ครั้ง ทุกครั้งรอนานไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง แต่ระหว่างรอได้เก็บบรรยากาศได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆที่เจอ

“วันนี้เตรียมตัวมาพร้อม ถ้าไม่ได้อาบน้ำก็มีทิชชู่เปียก ที่แผ่นปูนั่ง ถุงนอน อาหารแห้ง เสื้อผ้า เสื้อกันฝน สำคัญที่สุดคือต้องรักษาสุขภาพตัวเอง ไม่ให้เป็นภาระใคร ตั้งใจมาแล้ว ต่อให้ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ก็คิดว่าจะได้เห็นริ้วขบวน เราทำความดีมาตลอดคิดว่าน่าจะมีบุญได้เข้าไปข้างใน แม้ว่าดูทีวีจะเห็นชัดกว่าแต่การมาด้วยตัวเองทำให้เรารู้สึกว่าได้ใกล้พ่อหลวง ระหว่างรอก็เตรรียมหนังสือมาอ่าน ดูข่าวจากไลน์บ้าง และทำสมาธิ มานอนอยู่บนฟุตบาทไม่กังวลเรื่องอันตราย เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่” น.ส.เขมจิรัฏฐ์กล่าว




