‘คณะลูกเสือ’เดินทางไกลจากสุราษฎร์ฯ 735กม.เข้าเขตกทม. ใกล้จุดหมายถวายสักการะพระบรมศพ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ถนนกาญจนาภิเษก พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคณะเยาวชนลูกเสือไทย โรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ที่เดินเท้าจาก จ.สุราษฎร์ธานี มายังกรุงเทพฯ ตามโครงการ “ลูกเสือไทยเดินทางไกลถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ที่พระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับกิจการลูกเสือไทย และทรงเป็นองค์ประมุขของลูกเสือไทยมาอย่างยาวนาน โดยได้มอบน้ำดื่ม เครื่องดื่มเกลือแร่ ยาดม ขนม ให้แก่เยาวชนลูกเสือไทย

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า โรงเรียนรัชชประภาวิทยาคมเดินทางจากเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มาที่กรุงเทพฯ เป็นตัวอย่างที่ดีของการมีมานะอดทน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อถวายความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ครูและเหล่าลูกเสือถึงแม้ว่าฝนจะตก แดดจะร้อน การเดินทางจะไกล และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมาถวายสักการะทำให้วันนี้มาถึงใกล้จุดหมายแล้ว ความเพียรพยายามของลูกเสือโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคมครั้งนี้ถือว่าได้มาถึงจุดมุ่งหมายแล้ว

ว่าที่ ร.อ.ภูพยงค์ คงชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม กล่าวว่า ทางโรงเรียนจัดโครงการลูกเสือเดินทางไกลถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1-25 ตุลาคมนี ระยะทาง 735 กิโลเมตร เพื่อถวามความอาลัยสูงสุดในฐานะที่เราเป็นลูกหลานไทย นักเรียนไทย และลูกเสือไทย ในขีดความสามารถที่เราทำได้ โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 60 คน ประกอบด้วยลูกเสือ 28 คน ผู้บังคับบัญชาลูกเสือและลูกเสือชาวบ้าน 22 คน และมีประชาชนเข้าร่วมระหว่างเส้นทาง 10 คน ทั้งนี้การเดินทางไกลได้กำหนดจุดพักตามวัดและโรงเรียนต่างๆจำนวน 24 จุด การเดินทางมีเหนื่อยและท้อบ้างบางครั้ง แต่หากยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เราจะต้องไปให้ถึงและทำให้ได้

ด้านน.ส.บัณฑิตา ชื่นมะแสง อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กล่าวว่า สมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วยความสมัครใจ เพราะสักครั้งหนึ่งในชีวิตอยากจะทำเพื่อในหลวงร.9 การเดินทางในครั้งนี้ต้องใช้ความอดทนและความเพียรมาก เพราะเจอทั้งแดดและฝน สอนให้รู้จักการใช้ชีวิตในอนาคตที่อาจต้องใช้ความอดทน การเดินทางในครั้งนี้หากประสบความสำเร็จก็สามารถนำไปปรับใช้ในการใช้ชีวิตให้ดีได้

ส่วน นายภูริทัศน์ สุขสวัสดิ์ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่า เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทาง รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ที่พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมามาก การเดินทางในครั้งนี้เราเป็นเพียงธุลีดินที่ไม่อาจเปรียบความเหนื่อยยากที่พระองค์ท่านทรงงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด

บทความก่อนหน้านี้รฟท.สรุปตัวเลขผู้โดยสารเดินทางช่วงพระราชพิธี แนะเผื่อเวลาเดินทางไปสถานี
บทความถัดไปกลุ่มธนชาตจัดกิจกรรม “ดาวเรืองร้อยใจ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ”