หน้าแรก ในประเทศ ปิดจุดคัดกรอง...

ปิดจุดคัดกรองแยกสะพานมอญ ปชช.เข้าเต็มพื้นที่วงเวียนรด.แล้ว

25.10.17 | 08:05 น.

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนทยอยเข้าจุดคัดกรองแยกสะพานมอญ ตั้งแต่เวลา 04.10  น. ก่อนเดินเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณฟุตปาธตั้งแต่วงเวียนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน หรือ วงเวียนรด. ไปถึงด้านหน้ากระทรวงกลาโหม เมื่อประชาชนเข้ามาจนเนืองแน่น เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนที่มาทีหลังข้ามฝั่งไปนั่งจับจองพื้นที่บริเวณริมสนามหญ้ากำแพงพระบรมมหาราชวังตลอดถนนสนามไชย เช่นเดียวกับสนามหญ้าด้านหน้ากำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านถนนท้ายวัง ที่มีประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ 04.30 น. เรื่อยมาจนเริ่มเนืองแน่นในเวลา 07.00 น. ทั้งนี้ ประชาชนต่างมาจับจองพื้นที่ด้วยสีหน้าสดใส แม้ช่วงกลางคืนจะแทบไม่ได้หลับนอน เพราะฝนตกเกือบตลอดทั้งคืน

นางบุญเรือง สุขณสุข อายุ 61 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมาจับจองพื้นที่เป็นกลุ่มแรกๆ จนได้นั่งติดรั้วเหล็กด้านหน้า เล่าด้วยสีหน้าปลาบปลื้มว่า ตนเดินทางมาคนเดียวด้วยรถไฟมาลงที่สถานีหัวลำโพงก่อนมาปักหลักค้างคืนแถวแยกสะพานมอญตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันที่ 24 ตุลาคม เพราะตั้งใจอยากมาส่งพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ดิฉันรักพระองค์มาก เพราะพระองค์ทำเพื่อประชาชน ช่วยประชาชนให้พ้นความเดือดร้อนทุกข์ยาก อย่างที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่อุดมสมบูรณ์อย่างทุกวันนี้ได้ ก็เพราะพระองค์เสด็จฯไปพื้นที่และพระราชทานโครงการชลประทานจนแปรเปลี่ยนพื้นที่ที่แห้งแล้งมาก จนเกิดวลีติดปากของคนในพื้นที่ว่า “แล้งจนต้องตำน้ำกิน” คือมีดินโคลนก็ต้องไปเหยียบๆเอาน้ำออกมา ซึ่งพอพระองค์เสด็จฯ ไปช่วยเหลือ ทุกวันนี้ก็มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์

“เมื่อคืนไม่ได้นอนหลับเลย เพราะฝนตกเกือบตลอด จึงต้องนั่งจับแผ่นพลาสติกมาคลุมหัวไว้ และนั่งตากตัวให้แห้ง โดยตั้งใจจะอยู่ถึงวันที่ 27 ตุลาคม เพื่อชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1-4 แม้การมาร่วมพระราชพิธีอาจต้องเจอแดดร้อน ต้องเจอฝน แต่ก็เทียบไม่ได้สิ่งที่พระองค์ผ่านมา ขณะที่พระองค์ทรงไม่เคยบ่นอะไร และในโอกาสนี้ ตั้งใจจะน้อมนำคำสอนพระองค์เรื่องการทำเกษตรผสมผสานมาปรับใช้การการทำนาของตัวเอง จากเดิมที่ทำนา 100 เปอร์เซ็นต์ โดยได้แรงบันดาลใจจากโครงการชั่งหัวมั่น” นางบุญเรืองกล่าว

บุญเรือง-รัชนี

ขณะที่ นางรัชนี แสงทอง อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่อาศัยอยู่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาปักหลักคนเดียวตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 24 ตุลาคม กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัวและร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็ทนไม่ได้ที่จะชมพระราชพิธีอยู่หน้าโทรทัศน์ที่บ้าน จึงตั้งใจเดินทางมาปักหลักรอส่งพระองค์ให้ได้ จนพอมาแล้วเห็นว่ามีประชาชนที่มาด้วยหัวใจเดียวกัน ก็มาอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อคืนฝนตกก็ไม่มีใครถอยหนี ก็รู้สึกประทับใจและตื้นตันใจมาก ถือว่าเป็นบุญแล้วของพวกเราที่ได้มาในโอกาสนี้

Advertisement

“รักพระองค์เพราะพระองค์รักประชาชน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สูงส่งแต่ปฏิบัติพระองค์อย่างติดดิน ไม่ว่าใครจะว่าอะไรพระองค์ก็ทรงให้อภัย ทรงมุ่งแต่การทรงงานเพื่อลูกๆของพระองค์” นางรัชนีกล่าวทั้งน้ำตาคลอ