เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองท่าพระจันทร์ และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ได้ทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่ริมฟุตปาธ หน้ามธ.ฝั่งตรงข้ามมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อรอร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 25-26 ตุลาคม ทั้งนี้ เวลา 08.00 น.เริ่มมีแดดออก ทำให้อากาศร้อน ประชาชนนำร่มมากาง บางคนนอนพัก ซึ่งส่วนใหญ่มีการเตรียมความพร้อมทั้งอาหาร น้ำ ร่มและเสื้อกันฝน สำหรับประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองจะมีสติ๊กเกอร์แปะไว้ที่เสื้อ ซึ่งมีตัวเลขที่แสดงการนับจำนวนของผู้ที่ได้เข้ามาในพื้นที่
นางสุภา แซ่หลี อายุ 57 ปี เดินทางมาจังหวัดตรังพร้อมครอบครัวรวม 4 คน กล่าวว่า เดินทางมาจากจังหวัดตรัง โดยมากับสะใภ้และหลานอีก 2 คน ได้มารอเข้าแถวเพื่อเข้าจุดคัดกรองตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นความตั้งใจแต่แรก ทันทีที่รู้กำหนดการพระราชพิธีก็เตรียมการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรมไว้ล่วงหน้า 2 เดือน แม้ว่าที่จังหวัดตรังจะมีการจัดพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ให้ได้ร่วมพิธีเหมือนในกรุงเทพฯ แต่ก็อยากจะมาที่กรุงเทพฯมากกว่า เพราะอยากจะได้มาอยู่ใกล้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้มากที่สุด เป็นโอกาสสุดท้าย

“เรารักท่านมาก จึงตั้งใจว่ายังไงวันพระราชพิธีก็ต้องขึ้นมาให้ได้ มาให้ใกล้ที่สุด เพื่อส่งพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย จะอยู่ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม จากนั้นวันที่ 27 ตุลาคมจะเดินทางกลับตรัง” นางสุภากล่าว

ด้าน น.ส.พจนตร นาถวิริยกุล และ น.ส.กมลมาตย์ ชมบ้านแพ้ง กรุงเทพฯ กล่าวว่า มารอที่จุดคัดกรองท่าพระจันทร์ตั้งแต่เวลา 04.30 น. และได้เข้ามาในพื้นที่ตอนช่วงเวลา 05.30 น. โดยเตรียมพร้อมที่จะมารอร่วมในพระราชพิธีตั้งแต่วันนี้จนถึงพรุ่งนี้ ถึงจะมีฝนตก แดดออกก็ไม่ท้อ เพราะเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างมาพร้อม เนื่องจากตั้งใจที่จะได้มาส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อให้เข้ามาจะนั่งอยู่ไกลแค่ไหนก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยได้มาอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้พระองค์
“ในหลวงรัชกาลที่ 9 เปรียบเสมือนพ่อ แม้จะไม่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิด แต่พระองค์เป็นพ่อผู้ให้ชีวิตและไม่ใช่แค่ชีวิตเดียว แต่เป็นชีวิตคนไทยกว่า 60 ล้านคนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุข พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ แต่ก็ยังทรงงานหนัก ไม่เคยพัก ไม่เคยบ่น สำหรับพวกเราแล้วเวลาท้อแท้ หรือทุกข์ใจก็จะนึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกำลังใจที่สำคัญของชีวิต”

ด้าน นางนงเยาว์ วงศ์ทิพารมย์ กรุงเทพฯ บอกว่า เดินทางมาจากบ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ และเข้ามารอบริเวณนี้ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 24 ตุลาคม จนกระทั่งช่วงประมาณทุ่มกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดระเบียบพื้นที่ ก็ออกไปรอแถวท่าช้างเพื่อจะได้เข้าจุดคัดกรองในเช้าวันนี้ ซึ่งเดินทางมาคนเดียว แต่ก็ได้มาพบเพื่อนใหม่ๆ ที่มาจากต่างจังหวัด และมีความตั้งใจเดียวกันที่อยากจะมาร่วมในพระราชพิธี ได้มาส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตนชอบที่สุดใส่กรอบติดตัวมา 1 บาน
อย่างไรก็ตาม ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สิ่งใดที่สามารถทำเพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้นั้น ก็จะไปร่วมอยู่เสมอ เช่น ทำดอกไม้จันทน์ของสำนักพระราชวัง ร้อยมาลัย การทำของที่ระลึกแจกในงานพระราชพิธี เป็นต้น

