หน้าแรก ในประเทศ ผู้ว่าฯตรังลั...

ผู้ว่าฯตรังลั่น! จับโรคจิตฆ่า ‘พะยูน’ มาลงโทษให้ได้ ผนึกทุกหน่วยลงพื้นที่ ยันไม่ได้โบ๊ยมีการจัดฉาก

25.10.17 | 12:43 น.

เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 25 ตุลาคม ที่ห้องแถลงข่าวศาลากลางจังหวัดตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พ.อ.พิชิต โพธิ์แก้ว รอง กอ.รมน.ตรัง (ฝ่ายทหาร) พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผกก.สภ.เมืองตรัง นายนันธวัช เจริญวรรณ นายอำเภอเมืองตรัง ร่วมแถลงข่าวรายงานต่อเหตุการณ์พะยูนที่ถูกฆ่ามีการนำซากมาผูกติดกับต้นโกงกาง บริเวณที่พบ ปากคลองโต๊ะขุน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2560 การตรวจสอบพบว่า เป็นพะยูน เพศเมีย โตเต็มวัย สภาพซากเน่ามาก กะโหลก และกระดูกชิ้นต่างๆรวมถึงโคนหางจนถึงปลายหางหายไป เหลือเพียงผิวหนังและลำไส้บางส่วน รอยตัดที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นรอยถูกของมีคมตัด กระทั้งกลายเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ และติดตามว่าจะมีการจับกุมคนฆ่าพะยูนมาลงโทษได้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีการจับกุมคนฆ่าพะยูนได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว


นายศิริพัฒ แถลงว่า ทราบว่าวันนี้ ปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเดินทางมายังมูลนิธิอันดามัน ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง เพื่อพบปะสมาชิกมูลนิธิ ชมรมประมงพื้นบ้าน ชาวบ้าน รวมทั้งองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตรัง เพื่อหารือแนวทางการอนุรักษ์พะยูน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์เป็นข่าวว่ามีกระบวนการล่าพะยูนเกิดขึ้นในพื้นที่เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง และแม้ว่า นายปิ่นสักก์ จะเดินทางมาโดยไม้แจ้งให้จังหวัดทราบ แต่ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง จะเดินทางไปรับฟังความเห็น พร้อมกับ พ.อ.พิชิต โพธิ์แก้ว รอง ผอ.กอ.รมน.ตรัง (ฝ่ายทหาร) พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมนายอำเภอที่มีพื้นที่ติดชาฝั่งทะเล 5 อำเภอ เข้าร่วมรับฟังด้วย

นายศิริพัฒ แถลงอีกว่า ที่ผ่านมาการอนุรักษ์ที่ต้องเร่งสร้างคือการอนุรักษ์ภายใต้สามัญสำนึกในสังคมให้เกิดขึ้น ขณะนี้เราขาดนักวิชาการที่มองข้ามการอนุรักษ์โดยสามัญสำนึกไป ชอบปลูกฝังไปเพาะปัญญาที่ต้องผ่านอบรม ดูงาน มีการแจกแฟ้ม ทำเวิร์คช้อปในขณะที่ชาวบ้านที่มีจิตอนุรักษ์ไม่มีโอกาสในเรื่องนี้ แต่มันไม่ได้เกิดจากคอมมอลเซ้นต์ที่ปกติวิสัยจากจิตสำนึกอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวจะต้องอบรมก่อนจึงจะอนุรักษ์พะยูน นี้คือสิ่งที่ตนเรียกร้องว่าจะต้องทำให้เกิดการอนุรักษ์โดยสามัญสำนึกให้เร็วที่สุด ให้เกิดจากวิถีชีวิตว่าต้องอนุรักษ์โดยชีวิตประจำวัน โดยอยู่ในสายเลือดไม่ต้องไปฉีดวัคซีน

“ทุกวันนี้เวลาสัมมนาก็มีเรื่องทุกครั้ง เรื่องพะยูนที่เกิดขึ้นในจังหวัดตรัง ก็มาจากการสัมมนา หลังจากสัมมนาก็มีสัมภาษณ์ พอสัมภาษณ์ก็มีแหล่งข่าวถามว่าชาวบ้านได้ไปหรือเปล่า ไม่มีทางได้ไป มีแต่หัวกระทิ อยู่กับพวกรู้มาก รู้เยอะ รู้จริง ที่เขาพูดๆถูกแต่บางทีอยู่ในพวกเดียวันมากไป ใช้ศัพท์ บางบางครั้งสะเทือนใจคนส่วนใหญ่ เช่นใช้คำว่า มีกระบวนการล่าเกิดขึ้นในข่าว แต่การให้ข่าวเป็นข้อที่ข้าราชการจะต้องระวัง มันก็เกิดให้มีคำว่า กระบวนการล่า ที่คนตรังรับไปเต็มๆว่า ตรังมีกระบวนการล่า หมายถึงมีการจัดกำลัง มีการตั้งใจและมีการทำให้ตายโดยเจตนา และต่อไปยังมีคำต่ออีกว่า นำไปกินผัดเผ็ดคั่วกลิ้งในเมนู เละแทะไปใหญ่” นายศิริพัฒ กล่าว

Advertisement

“จู่ๆก็มีข่าวพะยูนตายอีก หากข่าวออกอย่างตรงไปตรงมาก็จบ ตนเองก็ไม่ยอมอยู่แล้ว เพราะคนฆ่าพะยูนชั่วมาก เป็นนคนเลว เป็นโรคจิต ไม่ได้ให้ท้ายไม่ได้ปกป้อง และไม่ได้พูดว่ามีการจัดฉาก แต่คำว่าจัดฉากเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่รัฐออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะการพูด 2 ครั้งไม่เหมือนกัน ครั้งแรกพูดในทำนองว่า เป็นฮีโร่รับนโยบายมาจากผู้บังคับบัญชาและรีบอดหลับอดนอนทำทั้งวันทั้งคืนเพื่อหากระบวนการล่า ในที่สุดก็เจอว่ามีการล่าจริงตามที่ผู้บังคับบัญชาได้ให้ข่าวไว้ ซึ่งผมเชื่อจุดนี้เป็นจุดที่สื่อมวลชนลงข่าวว่ามีการจัดฉาก เหมือนกับว่าจงใจที่จะให้ข่าวว่ามีการเด้งรับนโยบายของผู้บังคับบัญชา และรับรองสิ่งที่ผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นการบังเอิญหรือไม่ที่มาเจอในลักษณะอย่างนี้”

“ผมจะใช้สายข่าวด้านความมั่นคงทุกสายไปดำเนินการจับกุมคนที่ฆ่าพะยูนตัวนี้ให้ได้ ไม่ได้ไปจับผิดเจ้าหน้าที่ แต่จะไปหาสาเหตุให้ได้ว่า พะยูนตัวดังกล่าวตายได้อย่างไร จะเป็นการจัดฉากตามที่สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตหรือไม่ หรือจะด้วยมีใครฆ่าเพื่อนำเนื้อไปขายก็ได้ ผมขอยืนยันว่า หน่วยข่าว ทั้งตำรวจสันติบาล กอ.รมน. ปกครอง ตำรวจ จะบูรณาการหาข่าวจับกุมผู้ฆ่าพะยูนมาติดคุกให้ได้ ผมไม่ใสใจที่จะต้องเอาใจใคร และผมไม่เคยว่าร้ายใครแต่อย่างใด” นายศิริพัฒ แถลง