แฟ้มภาพ
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งหนังสือขอถอนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) โครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ถึงสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ลงวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา
โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่กรมชลประทาน ได้ส่งอีไอเอ สำหรับโครงการเขื่อนแม่วงก์ ให้ สผ.เพื่อพิจารณาและนำเสนอให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.)พิจารณาอีไอเอ ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยที่ประชุมเห็นควรให้กรมชลประทานปรับปรุงแก้ไขและเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในอีไอเอ ของโครงการ กรมชลประทานได้พิจารณาและขอเรียนดังนี้ 1.โครงการเขื่อนแม่วงก์ เป็นโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาลุ่มน้ำสะแกกรังตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 (2525-2529) เนื่องจากสภาพปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นประจำและความยากจนในพื้นที่ลุ่มน้ำ โดย ครม.มีความเห็นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ว่าเป็นโครงการที่มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ จึงเห็นชอบในหลักการและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ จัดทำรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนครบถ้วน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) พิจารณาตามขั้นตอนตามนัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ พ.ศ.2555
หนังสือระบุ ต่อว่า 2.กรมชลประทานฯ ได้เสนออีไอเอ และชี้แจงรายงานตามความเห็นของคชก. อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านวิศวกรรม นิเวศวิทยาป่าไม้และสัตว์ป่า เศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม และด้านสังคม ตามกรอบการจัดทำอีไอเอ ที่ สผ.กำหนดไว้ รวมทั้งความคิดเห็นบางประเด็นที่ครอบคลุมในระดับการวิจัยหรือให้ศึกษาเพิ่มเติมในระดับลุ่มน้ำ ภูมิภาคหรือเปรียบเทียบกับผลการศึกษาระดับประเทศ ซึ่งเกินจากขอบเขตการศึกษาเดิมที่กรมชลประทานดำเนินการไว้ 3. ระหว่างการรอการพิจารณาให้ความเห็นชอบต่ออีไอเอ โครงการเขื่อนแม่วงก์ กรมชลประทานได้ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่และขอเสนอแนวทางจากหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มาพิจารณาจัดทำแนวทางเลือกในการแก้ไขอุทกภัยและขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำสะแกกรังในเขตพื้นที่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ภายใต้กรอบการการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ (ปี 2558-2569 ) พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงาน 3 ระยะ คือระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยไม่เกิดประเด็นการต่อต้านคัดค้านและความขัดแย้งในสังคม จึงดำเนินการตามแผนระยะเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ไปพลางก่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อลักษณะหรือขนาดโครงการที่ได้ศึกษาไว้เดิม ทำให้ต้องมีการทบทวนลักษณะโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับการจัดการน้ำเชิงพื้นที่ทั้งระบบ
4.เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนตามหลักวิชาการ กรมชลประทานจึงขอถอนอีไอเอ โครงการดังกล่าวออกจากการพิจารณาของคชก. เพื่อดำเนินการตามข้อ 2 และข้อ 3 อย่างครบถ้วนหากมีความจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ตามแนวทางเลือกที่เหมาะสม กรมชลประทานจะนำเสนออีไอเอ เข้าสู่การพิจาณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า “เราขัดแย้งกันเรื่องโครงการนี้มานานครับ วันนี้กรมชลประทานขอถอนโครงการศึกษาอีเอชไอเอ เขื่อนแม่วงก์ออกจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการหลังจากค้างอยู่ 5 ปี ขอบคุณมากครับไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หลังจากนี้ผมยืนยันว่าจะช่วยสนับสนุนการจัดการน้ำทางเลือกแทนการสร้างเขื่อนแม่วงก์อย่างเต็มกำลังความสามารถ ยินดีที่จะได้ร่วมทำงานแก้ไขปัญหาน้ำ และรักษาป่าร่วมกันครับ

