พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง เป็นช่วงที่พสกนิกรหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างไม่ขาดสาย จนล้นพื้นที่รอบจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด ได้แก่ ท่าเตียน ท่าช้าง แยกพระเชตุพน ถนนกัลยาณไมตรี (กระทรวงกลาโหม) ทางเข้าสนามหลวงฝั่งทิศเหนือตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แม่พระธรณีบีบมวยผม
ท่าพระจันทร์ และใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ถนนพระอาทิตย์ ล่าสุด รัฐบาลจับมือทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่เรื่องที่พักค้าง ปากท้อง การขับถ่าย กระทั่งถึงเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย


ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดตั้ง ห้องสุขาเคลื่อนที่กระจายทุกพื้นที่รอบกรุงเทพฯ รวม 70 คัน และ ตู้สุขาเคลื่อนที่อีก 150 ตู้ โดยเฉพาะรอบพื้นที่สนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง ประกอบด้วย
1.ตามเส้นทางริ้วขบวนเสด็จ ทั้งหมด 8 คัน จอดอยู่บนถนนกัลยาณไมตรี ถนนเจริญกรุง ถนนพระพิพิธ สมาคมภริยาทหารเรือ ราชนาวีสโมสร 2.พระเมรุมาศจำลอง 3.ตามแนวถนนราชินี รวม 16 คัน จอดอยู่บริเวณข้างศาลอุทธรณ์ชำนาญพิเศษ ด้านหลังโรงเรียนแผนที่ทหาร ด้านหลังสวนสราญรมย์ 3.ข้างวัดเบญจมบพิตร 2 คัน 4.ภายในพระบรมมหาราชวัง 2 คัน โดยประชาชนสามารถสังเกตรถสุขาเคลื่อนที่ได้จากลักษณะรถสีเขียวหรือฟ้า หรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่ ต่อมา ในส่วนของตู้สุขาชั่วคราวกระจายอยู่ตามพื้นที่โดยรอบ มีลักษณะเป็นตู้สุขาขนาดเล็กวางเรียงกันประมาณ 2-3 ตู้ ทั้งนี้ กทม.ได้จัดรถสูบสิ่งปฏิกูล รถบรรทุกสิ่งปฏิกูล และรถบรรทุกน้ำ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและจิตอาสาคอยดูแลทำความสะอาดไม่ให้มีกลิ่นรบกวนประชาชนที่พักคอย
ในส่วนของภาคเอกชนนั้น เนื่องจากห้างร้านและร้านค้าบริเวณโดยรอบส่วนใหญ่จะปิดทำการค้าระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม ฉะนั้น จะมีเพียงผู้ประกอบการบางส่วนเท่านั้นที่คอยให้บริการประชาชน โดยเจ้าของผู้ประกอบการร้าน ช.ประทุมทอง ถนนบำรุงเมือง เปิดเผยว่า ร้านค้าแห่งนี้ได้เปิดให้บริการห้องสุขาฟรี เนื่องจากเห็นใจประชาชนที่ไปนั่งคอยเป็นเวลานาน และส่วนหนึ่งถือเป็นการทำความดีเพื่อพ่อหลวงด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคเอกชน ประชาชนสามารถเข้าห้องน้ำฟรีตามที่ร้านค้าประกาศปิดป้ายให้เข้าฟรี แต่บางส่วนที่ให้เข้าบริการอาจจะขอคิดค่าบริการเล็กน้อย
สำหรับการให้บริการ หน่วยแพทย์และปฐมพยาบาล จะอยู่ตามบริเวณจุดคัดกรอง โดยพื้นที่พระบรมมหาราชวังและสนามหลวงจะอยู่ในความดูแลของกองแพทย์หลวง และกรมแพทย์ทหารบก ประกอบด้วย จุดใหญ่จุดที่ 1 บริเวณสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม แบ่งเป็น 3 จุด คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม ใกล้หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ติดกับถนนราชดำเนินกลาง และบริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร จุดใหญ่จุดที่ 2 บริเวณลานคนเมือง ตั้งอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า อีกจุดถูกจัดตั้งไว้ในบริเวณวัดมหรรณพารามวรวิหาร รวมไปถึงอีก 2 จุด บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็ได้มีการจัดตั้งจุดบริการทางการแพทย์ไว้เช่นกัน โดยรอบสนามหลวงประชาชนสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์เครื่องหมายพยาบาลสีแดง คล้ายเครื่องหมายกาชาด จุดใหญ่จุดที่ 3 บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ได้จัดตั้งจุดบริการทางการแพทย์ไว้ทั้งหมด 20 จุด แบ่งเป็น สนามหลวงทางทิศเหนือ 5 จุด ได้แก่ บริเวณใกล้ถนนหน้าพระธาตุ 4 จุด โดยเว้นระยะห่างกันพอสมควร

อีกหนึ่งจุดจะอยู่ติดกับถนนราชดำเนินกลางใกล้กับหัวโค้งวัดบุรณศิริมาตยาราม บริเวณทางทิศตะวันออกของสนามหลวง แบ่งเป็น 5 จุด โดยจุดที่ 1 จัดตั้งอยู่บริเวณวัดบุรณศิริมาตยาราม จุดที่ 2 อยู่บริเวณจุดตัดถนนราชินี ส่วนจุดที่ 3-5 ถูกจัดตั้งไว้รอบข้างสนามหลวงใกล้กับถนนหน้าหับเผยและถนนหลักเมือง ส่วนจุดบริการหน่วยแพทย์ที่อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ในจุดแรกจะอยู่ด้านหน้าของพระบรมมหาราชวังติดกับถนนหน้าพระลาน จุดที่ 2 อยู่บริเวณท่าเรือท่าช้างหรือหัวมุมถนนหน้าพระลาน จุดที่ 3 และจุดที่ 4 จะอยู่ใกล้กับสวนนาคราภิรมย์หรือท่าเรือท่าเตียน จุดที่ 6 จะอยู่ทางด้านทิศใต้ของพระบรมมหาราชวัง หรือถนนท้ายวัง
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สำหรับจุดบริการอาหาร หรือสถานที่ประกอบอาหาร ปัจจุบันได้เปิดบริการอาหารประชาชนในพื้นที่ป้อมมหากาฬ และบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ล่วงหน้าแล้ว ส่วนจุดบริการอาหารอื่นๆ จะกระจายอยู่ตามจุดถวายดอกไม้จันทน์รอบพื้นที่กรุงเทพฯ ในพื้นที่โดยรอบสนามหลวง แบ่งเป็น 6 จุดใหญ่ ได้แก่ ด้านหน้าวัดพระเชตุพนฯ กระทรวงมหาดไทย (มท.) บริเวณถนนราชดำเนินในแบ่งเป็น 2 จุด คือ หน้าศาลฎีกาและศาลหลักเมือง กรมกิจการพลเรือนทหารเรือและกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม หรืออาจกล่าวได้ว่า จุดบริการอาหาร ห้องสุขา ตั้งอยู่ภายในทุกจุดถวายดอกไม้จันทน์ รวมมากกว่า 6.5 ล้านจานต่อวัน ซึ่งจะมีจิตอาสาและเจ้าหน้าที่คอยประกอบการอาหารจัดเลี้ยง ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะนำไปบริการตามจุดต่างๆ ที่มีประชาชนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากด้วย

นายจักกพันธุ์กล่าวอีกว่า เพื่อให้ประชาชนรับชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อย่างใกล้ชิด จึงได้ติดตั้งจอแอลอีดีตามซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ จำนวน 16 ซุ้ม เป็นจอแอลอีดี ขนาด 4×6 เมตร สำหรับโดยรอบพื้นที่สนามหลวง ได้แก่ สวนสันติชัยปราการ วัดบวรนิเวศวิหาร ฐานทัพเรือกรุงเทพ โรงพยาบาลศริราช เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เช่นเดียวกับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง 23 ซุ้ม ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม หน้าหอสมุดเมือง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าบริษัทเทเวศประกันภัย หน้าทางเข้าวัดปรินายกสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แยก จ.ป.ร. แยกมัฆวาน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานหลานหลวง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดบูรณศิริมาตยาราม วัดอินทรวิหาร วัดมหรรณพาราม วัดเบญจมพิตร ดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร และวัดเทวราชกุญชรราชวรวิหาร ส่วนซุ้มตามวัดในพื้นที่เขตพระนคร เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตปทุมวัน เขตบางพลัด และเขตธนบุรี รวม 16 ซุ้ม จะใช้จอแอลอีดีขนาด 49 นิ้วขึ้นไป รวมติดตั้งจอแอลซีดี และโทรทัศน์ 55 จอ

