หน้าแรก ในประเทศ ร.10-พระเทพฯ ...

ร.10-พระเทพฯ เสด็จฯ ยาตราริ้วขบวนพระมหาพิชัยราชรถทรงพระบรมโกศไปยังพระเมรุมาศ

26.10.17 | 11:48 น.

เมื่อเวลาเวลา 09.40 น.วันที่ 26 ตุลาคม  ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศโดยพระยานมาศสามลำคานเชิญพระบรมโกศถึงหน้าพลับพลายกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จฯ ไปประทับบนพลับพลายก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพระบรมโกศอัญเชิญถึงหน้าวัดพระเชตุพนฯ พสกนิกรที่มารอชมริ้วขบวนอยู่บริเวณนี้ต่างก้มลงกราบพระบรมโกศแทบพื้น บางคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้แนบอก ต่างร่ำไห้ระทมด้วยความกำสรวลอาลัย

เจ้าพนักงานเชิญพระบรมโกศประดิษฐาน ณ ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ แล้วเชิญฉัตรปักที่ท้ายเกริน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 ไตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพลับพลายก เจ้าพนักงานภูษามาลา ศาสตราจารย์คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ขึ้นนั่งท้ายเกรินบันไดนาค ถวายบังคมแล้วประคองพระบรมโกศ

เจ้าหน้าที่ผู้ฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถถวายบังคมพร้อมกันกับเจ้าพนักงานภูษามาลา เวลา 10.22 น. เลื่อนเกรินอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ขณะนั้น ขบวนพระบรมราชอิสริยยศกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ถวายความเคารพ วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้ว ขบวนหน้าทั้งหมดกลับสู่ราชวิถี โดยสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เปลี่ยนจากนั่งเสลี่ยงกลีบบัวไปขึ้นราชรถพระนำ ยาตรานำพระมหาพิชัยราชรถไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ พสกนิกรทุกคนต่างก้มลงกราบแทบพื้นดินด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ที่นี้ ไม่มีใครไม่ร้องไห้ ไม่มีใครโศกเศร้า ปวงชนชาวไทยทุกคนร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

เวลา 10.40 น. เริ่มยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง เมื่อเคลื่อน ขบวนทหารปืนใหญ่ ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัด จนกว่าพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศแล้วจึงหยุดยิง ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มีมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมตลอดเวลา และหยุดประโคมเมื่อได้เปิดพระวิสูตรบนพระเมรุมาศ

ครั้นประตูหลังขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบรมโกศผ่านพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามที่ประทับไปแล้ว เวลา 10.50 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เข้าขบวนตามพระบรมโกศ โดยมี 8 ตำรวจหลวง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ นำเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ มหาดเล็กพระราชพิธีเชิญเครื่องพระราชอิสริยยศของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์แซงเสด็จ แล้วต่อด้วยพระราชวงศ์ฝ่ายหน้า ข้าราชบริพาร และหน่วยงานในพระองค์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร พลเรือน

ทั้งนี้ ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถจากหน้าวัดพระเชตุพนฯ ไปยังพระเมรุมาศ โดยใช้เส้นทางจากหน้าวัดพระเชตุพนฯ ไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน เข้าถนนกลางท้องสนามหลวง ซึ่งริ้วขบวนนี้จะมีความงดงามมากที่สุดเนื่องจากใช้ผู้ร่วมขบวนมากกว่า 2,406 คน และจะใช้จังหวะการเดินแบบเดินเปลี่ยนเท้า ประกอบบทเพลงพญาโศก เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ โดย มี ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นผู้อัญเชิญเครื่องทองน้อย และข้าราชบริพารในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้อัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศ และเครื่องราชูปโภค และราชสกุลประกอบด้วยหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง ทั้งหมดกว่า 80 ราชสกุล จากราชสกุลทั้งหมด 129 ราชสกุลอาทิ ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล, ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล, ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล, ม.ร.ว.รังษิธร ภาณุพันธุ์, ม.ล.พัฒนจักร จักรพันธุ์ เป็นต้น