หน้าแรก ในประเทศ พสกนิกรรับใจห...

พสกนิกรรับใจหายเมื่อเห็นกลุ่มควันเหนือพระเมรุมาศ

27.10.17 | 01:00 น.

เมื่อเวลา 23.22 น. วันที่ 26 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มาปักหลักชมมหรสพสมโภชงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ต่างพากันร้องไห้สะอื้นด้วยความเสียใจอย่างที่สุด ภายหลังเห็นแสงเพลิงแรกของการถวายพระเพลิง โดยต่างพากันก้มกราบทั้งน้ำตาและเสียงสะอื้น เมื่อก้มกราบก็กล่าวคำว่า “ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” “ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป”

นายอรุณ แสไพศาล

โดยนายอรุณ แสไพศาล อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ แต่มาทำงานและมีครอบครัวอยู่ย่านเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ กล่าวทั้งน้ำตาซึมว่า ตนทราบอยู่แล้วว่าเวลาถวายพระเพลิงพระบรมศพจริงอยู่ที่เวลา 22.00 น. จึงไปถวายดอกไม้จันทน์ในวัดใกล้ๆ และเดินทางเข้ามาชมมหรสพในช่วงเย็น ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าคงไม่ได้เข้า เพราะประชาชนยังอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่ที่สุดก็ได้เข้ามา จนมีโอกาสได้เห็นการถวายพระเพลิงจริงๆ

“เรารู้กันดีว่าพระองค์จากไปสักพักแล้ว แต่วันนี้เป็นวันที่พระองค์จากไปจริงๆ โดยเฉพาะพระวรกาย คืนนี้จึงเป็นวันที่ผมและเชื่อว่าทุกคนในที่นี่หัวใจสลาย มันแทบพูดไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร” นายอรุณกล่าวและว่าพระองค์เป็นแรงบันดาลใจให้ตนก้าวมาถึงทุกวันนี้ เพราะตนเรียนจบแค่ ม.3 แต่ทำไมถึงได้เป็นรองผู้จัดการบริษัทขายมือถือแห่งหนึ่ง เพราะตนอาศัยเรียนรู้อยู่ตลอด เพราะเชื่อว่าไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอก อย่างพระองค์ที่ทำอะไรได้ทุกอย่าง จริงๆ พระองค์อาจไม่ถนัดทั้งหมดหรอก แต่พระองค์เรียนรู้และตั้งใจทำ

นางยุพา หัวใจ

ด้านนางยุพา หัวใจ อายุ 53 ปี จากย่านพุทธมณฑลสาย 3 กล่าวว่า วันนี้ในช่วงเช้าแม้ไม่ได้มาชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบรมศพที่ท้องสนามหลวง แต่ก็ได้ดูการถ่ายทอดที่บ้านจนจบ แล้วจึงได้ไปวางดอกไม้จันทน์ที่พุทธมณฑล แต่ก็ต้องรอคิวเป็นเวลานานจึงตัดสินใจนั่งรถชัตเติลบัสมาที่สนามหลวง หวังได้วางดอกไม้จันทน์จุดที่ใกล้ที่สุด หรืออย่างน้อยก็ขอให้ได้ไปจุดที่ใกล้พระองค์ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเปิดจุดคัดกรองให้เข้าพื้นที่มาอยู่หัวมุมถนนพระจันทร์เฝ้ามองพระเมรุมาศได้ขนาดนี้ ในช่วงเวลาที่มีควันลอยออกจากพระเมรุมาศนั้น แม้จะคิดไว้แล้วว่าอย่างไรก็ต้องมีวันนี้ แต่ก็ยังรู้สึกเศร้า ใจหายและคิดว่าเป็นการสูญเสียที่แท้จริง แม้จะเตรียมใจมาแล้ว 1 ปีกว่า แต่วันนี้ถือว่าครั้งสุดท้ายจริงๆ ก็ได้แต่ตั้งใจระลึกถึงพระองค์ให้เสด็จสู่สวรรคาลัย

นางสุดใจ มากคช

ขณะที่นางสุดใจ มากคช อายุ 80 จากจังหวัดระยอง กล่าวว่า เดินทางมายังกรุงเทพตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา จนได้เข้ามาอยู่ในบริเวณพิธี ซึ่งตอนที่เข้าสู่พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น มีคนเรียกให้ดูว่ามีควันขึ้นแล้ว ก็ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์ท่านได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี

Advertisement

“ยายไม่ได้ร้องไห้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องของเกิดแก่เจ็บตาย สังขารของพระองค์แม้ว่าจะไม่อยู่แล้ว แต่ดวงจิตของท่านยังคงเต็มเปี่ยม และจะอยู่กับคนไทยตลอดไป เมื่อคิดถึงสิ่งนี้แล้วปล่อยวางได้ ก็ไม่ทุกข์อีกแล้ว”

นางสุดใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนมาก็มาคนเดียว ตอนกลับนั้นให้ลูกสะใภ้มารับ สิ่งที่ทำให้มีพลังอยู่ได้จนถึงตอนนี้ เพราะมีความตั้งใจแน่วแน่ ที่จะมาหาพระองค์ท่านให้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจ เพราะถ้าเกิดความโลเลก็คงไม่ได้มาอยู่ในจุดนี้