กรมพัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมน้อมนำหลักทรงงานแห่ง ‘พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย’

27.10.17 | 10:07 น.
ภาพกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

“ฝึกทักษะ ให้มีความรู้ มีงานทำ มีรายได้..” หลักทรงงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นหลักการพึ่งตนเองที่ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) กระทรวงแรงงาน น้อมนำมาปฏิบัติ…

กระทรวงแรงงานได้กำหนดให้ทุกวันที่ 2 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยได้ถวายพระราชสมัญญาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชว่า “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางการช่างและเป็นแบบอย่างและแรงใจต่อแรงงานไทยทุกคน

นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การถวายพระราชสมัญญาและกำหนดให้วันที่ 2 มีนาคม ของทุกปีนับแต่นี้ไป เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ ครั้งที่ 1 โดยกรมแรงงานสังกัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเป็นเจ้าภาพ การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยในการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่างไทย โดยในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

นายสุทธิ สุโกศล

” ช่างทุกประเภท เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของคนทุกคนเพราะตลอดชีวิตของคนเรา เราต้องอาศัยและใช้บริการสิ่งต่างๆ ที่ได้มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ ฝ่ายยิ่งในสมัยปัจจุบัน วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ” พระราชดำรัสในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างของสโมสรโรตารี กรุงเทพฯใต้ ณ ลุมพินีสถาน วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2513

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เนื่องจากมีบันทึกว่าหากพระองค์ทรงอยากได้ของเล่นชิ้นใด ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเองหรือทรงประดิษฐ์ขึ้นมาเอง โดยในครั้งทรงพระเยาว์นั้น พระองค์ได้ทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เอง อาทิ เครื่องร่อน เรือรบจำลอง และรถลากไม้ พระอัจฉริยภาพในการเป็น “นักประดิษฐ์” และ “นักการช่าง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพื้นฐานมาจาก “การประดิษฐ์ของเล่นสมัยทรงพระเยาว์” นั่นเอง

Advertisement

นายสุทธิ กล่าวว่า ในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดจัดกิจกรรมเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมหนึ่ง คือ ศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชัน ซึ่งปัจจุบันมีครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่บางจังหวัดจะมีมากกว่า 1 แห่ง จึงรวมทั้งหมด 85 แห่งทั่วประเทศ หลักการของศูนย์แห่งนี้ เพื่อให้มีบริการในการซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ และยังเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ใช้โอกาสนี้ในการดำเนินรอยตามพระยุคลบาทในเรื่องของการให้ความสำคัญของคนที่มีฝีมือ สามารถทำอะไรได้ด้วยตนเอง และช่วยเหลือหรือบริการสังคมในชุมชนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลต่อการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ของชุมชนและเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง

สำหรับการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชัน โดยความร่วมมือของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับองค์การปกครองท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์ช่างประจำชุมชนเทิดไท้องค์ราชันขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับมาก และยังให้บริการในชุมชนฟรี ทั้งการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือนฟรีให้กับประชาชน ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ร่วมบริการตรวจเช็ด/ซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร เครื่องมืออุปกรณ์ ในการประกอบอาชีพ ซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซ่อมแซมไฟฟ้าสาธารณะ เดินสายไฟภายใน-นอกอาคาร บริการตัดผม/โกนหนวด ซ่อม/ล้างระบบประปา ซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ บริการตัดผม/โกนหนวด เป็นต้น

พัฒนาฝีมือเยาวชนไทย

นอจากนี้ ยังมีกิจกรรมการจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ช่างที่มีคุณภาพให้นำความรู้กลับมาพัฒนาขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย”

“กรมได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อกำหนดว่า เด็กและเยาวชนไทยสำเร็จการศึกษาออกมา แต่ส่วนหนึ่งไม่มีพื้นฐานด้านการช่าง จึงกำหนดให้เด็กและเยาวชนทุกคนควรมีโอกาสในการเข้ามาพัฒนาฝีมือแรงงานก่อนเข้าทำงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับฝีมือแรงงานให้พวกเขาได้ ซึ่งให้พวกเขาได้น้อมระลึกถึงวันแห่งพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย และให้หันมาสนใจการเข้าเรียนในระดับอาชีวศึกษามากขึ้น ซึ่งเราได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชนในการส่งเสริมให้เด็กไทยเห็นความสำคัญของการศึกษาในระบบอาชีวะมากขึ้น” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกล่าว

พร้อมแนะนำกลุ่มที่อาจยังเข้าไม่ถึงในการพัฒนาฝีมือแรงงานว่า ปีนี้ทางกรมฯ จะเน้นความทันสมัยมากขึ้น และใส่ใจการบริการมากขึ้น โดยกำหนดให้ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดินแดง และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานได้เป็นหน่วยงานรับคำร้องความต้องการในการฝึกพัฒนาฝีมือ โดยสามารถติดต่อมาได้ เพื่อให้เป็นหน้าร้านของกระทรวงแรงงาน โดยการพัฒนาฝีมือแรงงานไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งเป็นบริการของรัฐเพื่อมอบให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคน และจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์แจ้งให้ชุมชน ประชาชนในแต่ละพื้นที่ทราบมากกว่าที่ผ่านมา