วัดฝีมือ สปส.แก้ปม ‘เงินสมทบ-บำนาญชราภาพ’

28.10.17 | 12:43 น.

ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดว่า ยังไม่เก็บเงินสมทบผู้ประกันตนเพิ่มเติมสูงสุดคนละ 1,000 บาทนั้น รัฐบาลยังไม่ดำเนินการ เป็นเพียงการหารือ และอยู่ระหว่างสร้างความเข้าใจ…
แสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาตอบกลับ หลังท่าทีของเครือข่ายแรงงาน ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีสำนักงานประกันสังคม(สปส.) เตรียมปรับเงินสมทบเพิ่มของลูกจ้างเงินเดือนตั้งแต่ 16,000-20,000 บาท โดยจะปรับเพิ่มเฉลี่ย 800-1,000 บาท

ซึ่งแน่นอนว่าคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ไม่เห็นด้วยในแง่ไม่ถึงเวลา ขณะเดียวกันก็ยังเกิดคำถามที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบอย่างชัดเจนว่าจะแก้ข้อสงสัยตรงนี้อย่างไร นั่นคือ กองทุนประกันสังคมขาดเงินจริงหรือไม่ และรัฐบาลยังค้างเงินกองทุนอีกกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท จากส่วนเงินสมทบของภาครัฐที่จ่ายเข้ากองทุนในอัตราร้อยละ 2.75 นายจ้างร้อยละ 5 และลูกจ้างร้อยละ 5 ของฐานเงินเดือน

จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะเดินหน้าประเด็นเพิ่มเงินสมทบ โดยไม่สร้างความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนและทั่วถึง เพราะในมุมของเครือข่ายแรงงานแล้ว ยังแตกออกเป็น 2 เสียง โดย คสรท. ออกแนวไม่เห็นด้วย และมองว่าการเพิ่มเงินสมทบแม้จะดีในแง่เงินบำนาญเพิ่มขึ้น แต่ด้วยความที่ไม่มั่นใจในการทำงานของคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดสปส.) จึงมองว่าจริงๆการเพิ่มเงินสมทบอาจมาจากเสถียรภาพกองทุนมีปัญหา เพราะรัฐบาลยังค้างเงินอยู่กว่า 5 หมื่นล้านบาท แม้ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ได้ชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะเงินที่ค้างเป็นของรัฐบาลเก่าก่อนต่างหาก ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ช่วยเหลือจัดสรรงบมากกว่าชุดก่อนด้วยซ้ำ

งานนี้คสรท. โดยนายสมพร ขวัญเนตร รองประธานคสรท. ถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นรัฐบาลชุดไหนก็ต้องมีหน้าที่แก้ปัญหา

นายมนัส โกศล, นายสมพร ขวัญเนตร

ขณะที่เครือข่ายแรงงาน ฝั่ง นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.) เห็นด้วยกับการเพิ่มเงินสมทบครั้งนี้ เพราะแน่นอนว่า ไม่เพียงแต่เงินบำนาญจะเพิ่มขึ้น แต่เงินทดแทนอื่นๆก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ปัญหาคือ ต้องบริหารจัดการให้ดี โดยเฉพาะกองทุนเงินบำนาญชราภาพ ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มเงินสมทบ จึงต้องมีการปฏิรูปกองทุนบำนาญชราภาพ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องคู่ขนานกัน ที่สำคัญต้องตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประกันสังคมขึ้น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลตั้งคณะกรรมการปฏิรูปส่วนต่างๆ แต่กลับไม่ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประกันสังคม ทั้งที่มีผู้ประกันตน 13 ล้านคน และยังมีผู้ประกันตนแรงงานมาตรา 39 ที่ออกจากระบบประกันสังคมแล้ว แต่ต้องการคงสภาพและต้องจ่ายเอง

Advertisement

จึงน่าติดตามว่า เรื่องนี้สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการอย่างไร เพราะแน่นอนว่ามี 2 ประเด็นที่ต้องเคลียร์ให้ชัด ทั้ง 1.การเพิ่มเงินสมทบนั้น หากผ่านขั้นตอนต่างๆและประกาศใช้จริงจะมีการจัดเก็บอย่างไร หมายความว่า ก่อนหน้านี้หากผู้ประกันตนเงินเดือน 20,000 บาท เดิมจ่ายเงินสมทบ 750 บาทมา 15 ปี และเปลี่ยนเป็นจ่ายสมทบ 1,000 บาท จนครบอายุเกษียณ 55 ปี การได้รับเงินบำนาญก็ต้องมีการแบ่งไปตามสัดส่วนที่เก็บหรือไม่

2.กรณีเงินบำนาญชราภาพ การจ่ายเงินเมื่อยามเกษียณจะต้องให้ในสัดส่วนที่เราออม หรือจะมีการเฉลี่ยอย่างไรให้แก่คนทั้งกองทุน เพราะอย่าลืมว่า มีคนจำนวนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างรับบำนาญ เงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนโดยไม่ได้ให้ทายาท ส่วนนี้ที่ผ่านมามีจำนวนเท่าไร และหากเก็บเพิ่มเงินสมทบกองทุนจะเพิ่มเท่าไร ซึ่งเรื่องนี้เกิดคำถามว่า น่าจะมีตัวเลขให้ชัดว่าที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตระหว่างรับบำนาญ ที่เงินที่พวกเขาออมต้องเข้ากองทุนเป็นจำนวนเท่าไร แม้ นพ.สุรเดช จะให้สัมภาษณ์ว่า มีจำนวนไม่มาก และถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์สุขให้แก่สังคมผู้สูงวัย เพราะความจริงแล้วหากเสียชีวิตยามเกษียณไม่เกิน 5 ปีจะได้รับเงินช่วยเหลือให้แก่ทายาทถึง 10 เท่าจากการรับเงินบำนาญ

กรณีเงินบำนาญชราภาพส่วนนี้จึงจำเป็นต้องไขข้อสงสัยให้ชัด..เพราะทาง คปค.เห็นว่า ไม่เหมาะสม และควรปรับกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม เนื่องจาก นายมนัส โกศล ประธานเครือข่าย คปค.เห็นว่า ไม่ว่าอย่างไร เงินออมก็ควรมอบให้แก่ทายาทผู้ประกันตน โดยไม่มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นกรณีจำเป็น

จึงน่าติดตามว่า กรณีเงินสมทบที่หากปรับเพิ่มขึ้นจริงนั้นจะมีการแบ่งเข้ากองทุนอย่างไร ทั้งกองทุนบำนาญชราภาพ ซึ่งถือเป็นเงินออม กับการเพิ่มสัดส่วนเงินทดแทน สิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน ทั้งกรณีหยุดงาน คลอดบุตร ว่างงาน อย่างไร ซึ่งล่าสุด สปส.เปิดอัตราการเก็บเงินเพิ่มสำหรับผู้ประกันตนเงินเดือนตั้งแต่ 16,000-20,000 บาท ดังนี้ ผู้ประกันตนเงินเดือน 16,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 800 บาท ผู้ประกันตนเงินเดือน 17,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 850 บาท ผู้ประกันตนเงินเดือน 18,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 900 บาท และผู้ประกันตนเงินเดือน 19,000 บาท จ่ายสมทบ 950 บาท และผู้ประกันตนเงินเดือน 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบ 1,000 บาท ต่อเดือน โดยทั้งหมดคิดในอัตราร้อยละ 5 ตามเดิม เพียงแต่ปรับการคำนวณฐานเงินเดือนใหม่

นอกจากนี้ก็ต้องติดตามว่า สปส.จะมีการปรับปรุงกฎหมายเรื่องการรับเงินบำนาญชราภาพอย่างไรด้วย รวมทั้งข้อสรุปหลังการประชาพิจารณ์ปี 2560 เกี่ยวกับกองทุนบำนาญชราภาพ จะมีการขยายรับอายุการรับเงินบำนาญจาก 55 ปี เป็น 60 ปีหรือไม่
ติดตาม..