เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ท้องสนามหลวง เขตพระนคร กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้ว ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ มีกลุ่มจิตอาสาประมาณ 500 คน เข้ามาทำความสะอาดบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และรอบพระเมรุมาศ ส่วนที่บริเวณด้านทิศเหนือและโดยรอบสนามหลวง เจ้าหน้าที่ได้นำเต๊นท์ขนาดใหญ่มากาง พร้อมกับติดตั้งพัดลมทุกเต๊นท์ นอกจากนี้ ทางกรุงเทพมหานครยังได้จัดเตรียมรถห้องน้ำมาจอดไว้ตามจุดต่างๆ รอบสนามหลวงด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน
ขณะเดียวกัน ทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง(กอร.รส.)ได้ตั้งจุดคัดกรองไว้ 5 จุด กำหนดให้ประชาชนที่จะเข้ามาชมพระเมรุมาศจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และรับการตรวจสัมภาระ รวมทั้ง จะต้องแต่งกายให้สุภาพเหมือนกับการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยงดใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กางเกงยีนขาดวิ่นหรือรัดรูป ส่วนสุภาพสตรีจะต้องสวมกระโปรงคลุมเข่า ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าจุดคัดกรองได้ 3 จุด คือ ที่บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) ด้านท่าช้าง และด้านศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม สำหรับผู้พิการสามารถเข้าได้ที่จุดคัดกรองหลังกระทรวงกลาโหม ส่วนพระภิกษุ สามเณร เข้าด้านจุดคัดกรองฝั่งตรงข้ามประตูหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ส่วนที่บริเวณด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง หลังจากปิดเนื่องจากมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวตะวันตกทยอยเดินเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามกันอย่างหนาแน่น ขณะที่บริเวณที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรีและประตูมณีนพรัตน์ ยังคงมีประชาชนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ตลอดทั้งวัน

