หน้าแรก ในประเทศ ชาวราชบุรีขอป...

ชาวราชบุรีขอประนอมหนี้ค่าน้ำ หลังจนท.จดมิเตอร์น้ำผิด ยอดพุ่งจากเดือนไม่กี่ร้อยเป็นหลักหมื่น

30.10.17 | 20:10 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี นายกิตติเมศร์ วโรภาสเรืองฤทธิ์ รองปลัดเทศบาลเมือง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองการประปา ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ได้มีหนังสือเรียกประชาชนผู้ใช้น้ำในพื้นที่เมืองราชบุรีให้มาประชุม เพื่อประนอมหนี้เงินค่าน้ำประปาที่มีประชาชนไม่ได้จ่ายค่าน้ำช่วงระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2558 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วให้มีความเข้าใจตรงกันในข้อเท็จจริง โดยมีตัวแทนผู้ใช้น้ำนำโดยนายสมพร ห้าวสพโชค พร้อมประชาชนเข้าร่วมรับฟังแบ่งเป็น 2 รอบ เช้าและบ่าย รวม 176 ราย เป็นเงินจำนวน 1,969,791.82 บาท ซึ่งบางรายมีค่าน้ำประปาในเดือนกันยายนถึง พฤศจิกายน ปี พ.ศ.2558 ที่ค้างชำระสูงมากถึงรายละกว่า 1,000- 43,000 บาท มีทั้งข้าราชการทหาร ตำรวจ แพทย์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนทั่วไป ถูกเทศบาลแจ้งการค้างชำระเงินค่าน้ำประปาที่แพงเกินความเป็นจริง ขณะที่ประชาชนผู้ใช้น้ำเคยทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหา เช่น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ทางเทศบาลเมืองราชบุรีโดยกองการประปาเทศบาลเมืองราชบุรีได้มีหนังสือมาถึงประชาชนว่า จะได้นำเรื่องดังกล่าวส่งอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลบังคับชำระหนี้ดำเนินคดีแพ่งแก่ประชาชนที่ไม่มาติดต่อและเพิกเฉยจำนวน 176 ครัวเรือน ในพื้นที่ดังกล่าว


นายกิตติเมศร์เปิดเผยว่า มีความเข้าใจประชาชนและอยากจะเยียวยาให้ช่วยเหลือ เบื้องต้นได้หารือแนวทางแก้ปัญหาไปยังกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้แนวทางว่า มูลหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นมูลหนี้ที่เกิดจากการใช้น้ำจริง ไม่สามารถที่จะยกเลิกมูลหนี้ได้ แต่ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน จึงศึกษาระเบียบข้อมูลต่างๆ พร้อมทั้งพูดคุยกับทางอัยการซึ่งได้แนะนำว่า มูลหนี้ที่เกิดขึ้นควรจะเยียวยาประชาชนโดยที่ราชการจะไม่เสียประโยชน์ ไม่ขาดทุน คือ ในอัตราไม่ควรคิดอัตราก้าวหน้า ควรคิดอัตราคงที่คือ ราคาหน่วยละ 3 บาทตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของการประปาเมื่อปี พ.ศ.2528 โดยจะพยายามเยียวยาประชาชนในอัตราต่ำสุด แต่ถ้าหากประชาชนมีความเห็นว่าตรงนี้ไม่ควรต้องรับผิดชอบ ทางเทศบาลยินดีจะนำข้อเสนอวันนี้ให้ศาลพิจารณาให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งเทศบาลและประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี คาดว่าจะส่งข้อมูลไปถึงศาลจังหวัดภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าหรือความเสียหายต่อประชาชน รวมทั้งข้อขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น

ด้าน ร.ต.ต.นายสมพร ห้าวสพโชค ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มผู้ใช้น้ำ ซึ่งเสียค่าน้ำประปาที่แพงสูงกว่าปกติ ในเดือน ตุลาคม พ.ศ.2558 เป็นเงิน 5,793.92 บาท ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2560 เสียค่าน้ำจำนวน 315.12 บาท เปิดเผยว่า ทางเทศบาลเรียกมาประชุมโดยความเห็นชาวบ้านส่วนมาก จะไม่ยอมผ่อนชำระตามที่เทศบาลแนะนำ โดยทางเทศบาลจะให้เก็บอัตราก้าวหน้า 3 บาท ถามว่าอัตราเก็บน้ำก้าวหน้า 3 บาท ถ้าไปยอมรับตรงนี้แล้ว ต่อไปมีเรื่องราวเกิดขึ้นมาแล้วใครจะรับผิดชอบ คนที่จะชี้ขาดได้คือ ศาล ถ้าเทศบาลจะฟ้องศาล จะต้องส่งเรื่องไปที่อัยการ ถามว่าอาจจะไม่ฟ้องก็ได้เพราะมีหลักฐานชัดเจน แต่หากไปผ่อนชำระค่าน้ำอัตราก้าวหน้า 3 บาท อนาคตหากมีหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างประชาชนรายหนึ่งเสียค่าน้ำแพงมากเป็นเงินเดือนละ 43,000 บาท ขณะที่ช่วงที่ผ่านมาเคยเสียเป็นเงินหลักร้อยบาท

ขณะที่ต้นเหตุเกิดจากหน่วยงานของเทศบาลโดยกองการประปา ซึ่งควรจะไปแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แก้ไขที่ปลายเหตุมาให้ประชาชนที่ใช้น้ำต้องมารับผิดชอบตรงนี้ไม่ถูกต้อง และยังเป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมเทศบาลถึงเรียกประชุมผู้ใช้น้ำแบ่งเป็น 2 รอบ รวม 176 ราย เป็นเงินจำนวน 1,969,791.82 บาท ทั้งๆ ที่ห้องประชุมก็กว้างมากพอที่จะรองรับประชาชนได้ หรืออาจจะกลัวว่าจะมีประชาชนไม่พอใจเกิดการโต้เถียงกัน จึงได้แบ่งจัดประชุมเป็น 2 ช่วง สรุปแล้วประชาชนไม่ยอมจึงขอหวังพึ่งบารมีศาลจังหวัดช่วยตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด และประชาชนสามารถประนีประนอมต่อศาลได้

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมมีชาวบ้านหลายคนได้ชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นว่า ต้นเหตุมาจากคนเก็บเงินที่จดค่าน้ำไม่ถูกต้อง แต่ถูกเทศบาลเมืองเมืองราชบุรีดำเนินการเพียงแค่ไล่ออกจากงานเท่านั้น ไม่มีการพิจารณาสอบสวนเพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย แต่กลับมาแก้ปัญหาเอาที่ปลายเหตุให้ประชาชนต้องเป็นผู้ชดใช้เงินค่าน้ำประปาที่แพงเกินความเป็นจริงแทน ประชาชนผู้ใช้น้ำจึงขอพึ่งศาลช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นบรรทัดฐานของความถูกต้อง