วันที่ 31 ตุลาคม เจ้าหน้าที่นิติกรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางกำลังรวบรวมเอกสาร และหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.ลำปาง เปิดรับทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการตรวจสอบพบหลังจากเกิดกรณีสาวประเภทสอง อายุ 22 ปี ชาว อ.เมือง จ.ลำพูน เดินทางมาใช้บริการผ่าตัดเพื่อเสริมหน้าอก และได้รับการวางยาสลบในการผ่าตัด ทำให้ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดได้เกิดหัวใจหยุดเต้น ก่อนมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลลำปางลำปาง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง โดยคำสั่งของ นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าวแล้ว และให้รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้ละเอียด และมอบอำนาจให้นิติกรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คลินิกดังกล่าวตั้งอยู่ในข้อหาเปิดสถานประกอบการด้านสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต จนส่งผลทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ทั้งนี้ คาดว่าทางนิติกรจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในช่วงบ่ายของวันนี้
โดย นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จากข้อมูลพบว่าคลินิกแห่งนี้ได้ยื่นข้ออนุญาตมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา แต่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยังไม่ได้อนุญาต เนื่องจากหลังตอนสอบในครั้งนั้นพบการดำเนินงานของคลินิกยังไม่เรียบร้อยตามมาตรฐานของกฎหมาย จึงให้ทางคลินิกแก้ไขปรับปรุงก่อน แล้วให้ส่งเรื่องกลับเข้ามาให้พิจารณาอีกครั้ง ทำให้ที่ผ่านมาจึงไม่มีการออกใบอนุญาตให้ กระทั่งมาทราบข่าวว่าได้เปิดให้บริการทำศัลยกรรมเสริมความงามมาโดยตลอด จนเกิดกรณีมีผู้เสียชีวิตขึ้น
“สำหรับการให้นิติกรเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง จะแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าของคลินิกฐานเปิดเป็นสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง และ 24 วรรคหนึ่ง โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการเสียชีวิตของสาวประเภทสองด้วยอาการสภาวะสมองขาดอากาศจากภาวะลมรั่วภายในช่องทรวงอกด้านซ้าย เป็นความเห็นของแพทย์โรงพยาบาลลำปางที่ให้การดูแลรักษา จึงได้รายงานมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้ได้รับทราบผล”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง ยังต้องรอฟังผลคำวินิจฉัยของแพทย์นิติเวชของผู้ทำการผ่าศพพิสูจน์ และผลการตรวจเลือดศพที่ส่งตรวจทางห้องปฎิบัติการอีกครั้ง ว่า สาเหตุของการเกิดเหตุก่อนการเสียชีวิตที่แท้จริงมาจากสาเหตุใด เพื่อจะได้นำไปปรับตามข้อกฏหมายในการแจ้งความดำเนินคดีให้เข้ากับประมวลกฏหมายอาญา ว่า จะเข้าข่ายตามมาตราใด ได้แก่ มาตรา 288 ฆ่าผู้อื่นตามโดยเจตนา โทษประหารชีวิต , มาตรา 290 ฆ่าผู้อื่นตายโดยไม่เจตนา โทษจำคุก 3 ปี ถึง 15 ปี และ มาตรา 291 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 หมื่นบาท

