กางแผน 3 หน่วยหลัก ‘ตำรวจน้ำ-ปคม.-บช.ท่องเที่ยว’ คุมเข้มลอยกระทง

1.11.17 | 16:14 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธนพล ศรีโสภา รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ(รองผบก.รน.)รักษาราชการแทน ผบก.รน. ออกประกาศกองบังคับการตำรวจน้ำ เรื่องมาตรการป้องกันอันตรายในเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี2560 ระบุว่า ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ตรงกับวันลอยกระทง จะมีขบวนเรือประเพณีลอยกระทง และกิจกรรมทางน้ำในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ในเทศกาลดังกล่าวมักมีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยว และการนำเรือออกท่องเที่ยวในแม่น้ำลำคลอง เพื่อร่วมกิจกรรมลอยกระทง ตามท่าเรือ แพ โป๊ะ ริมแม่น้ำ ลำคลองต่างๆ ตลอดจนมีการสัญจรไปมาของเรือต่างๆในแม่น้ำเป็นจำนวนมาก อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ประกอบกับเหล่ามิจฉาชีพถือโอกาสประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชนจนก่อให้เกิดอาชญากรรม และการจุดดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด จนเป็นอันตรายต่อร่างกาย ชีวิตของประชาชนที่ออกท่องเที่ยวในวันดังกล่าว

“บก.รน.เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการรักษาความปลอดภัยทางน้ำแก่ประชาชน มีความห่วงใยในสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะไปลอยกระทง และร่วมกิจกรรมทางน้ำต่างๆ จึงขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะไปลอยกระทงและร่วมกิจกรรมทางน้ำ ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร โรงแรม และเรือโดยสารต่างๆ ดังนี้ ในส่วนของเจ้าของเรือและผู้ควบคุมเรือ ไม่บรรทุกของหรือผู้โดยสารเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด ผู้ควบคุมเรือทุกชนิดต้องไม่เสพสิ่งเสพติด สุรา หรือของมึนเมา ไมใช้เรือผิดประเภทจากกฎหมายกำหนด ในเวลากลางคืนเรือทุกลำต้องเปิดไฟเรือเดิน ให้เรือลำอื่นเห็นได้ในระยะไกล การเดินเรือให้ยึดหลักตามกฎหมายกำหนด โดยเคร่งครัดเพื่อป้องกันเรือโดนกัน เรือทุกลำต้องมาเสื้อชูชีพเท่ากับจำนวนผู้โดยสาร และมีชูชีพ อุปกรณ์ช่วยชีวิตเบื้องต้น เก็บไว้ในที่ที่สามารถนำมาใช้ได้ง่าย”

“เรือทุกลำต้องลดความเร็ว เมื่อเข้าใกล้พื้นที่ หรือบริเวณที่ประชาชนลอยกระทง และมีกิจกรรมทางน้ำ เพื่อป้องกันมิให้คลื่นก่อความเดือดร้อนและเกิดอันตราย ต้องไม่นำเรือแล่นตัดหน้าเรือลำอื่นในระยะใกล้ และไม่ควรนำเรือที่มีขนาดเล็กหรือไม่ได้ขนาดมาแล่นในแม่น้ำลำคลอง ผู้ควบคุมเรือทุกลำต้องห้ามผู้โดยสารยืน หรือนั่งบริเวณหัวเรือ ท้ายเรือ กาบเรือ และหลังคาเรือ หรือกระทำการอื่นใดในเรือ ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเรือล่มได้ ผู้ควบคุมเรือต้องเป็นผู้มีประกาศนียบัตรนายท้ายเรือ ของกรมเจ้าท่า”

“ในส่วนของประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ควรลอยกระทงในสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ให้ความปลอดภัย อย่าเบียดเสียด ยัดเยียด เพื่อแย่งกันลงเรือ แพ โป๊ะ เพราะอาจทำให้เรือพลิกคว่ำเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิตได้ การโดยสารเรือควรมีเสื้อชูชีพติดตัวไปด้วยตลอดเวลา โดยขอจากผู้ควบคุมเรือ ควรกำชับเด็กให้ระมัดระวังผู้ที่จะหลอกลวง ตุ้มตุ๋น ไปในทางมิชอบ และไม่ควรให้เด็กประดับของมีค่า หรือเที่ยวงานโดยลำพัง ไม่ควรนำเด็กเล็กหรือเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นลงเรือ หากมีความจำเป็นควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ไม่ควรดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา จนไม่สามารถครองสติได้ เมื่อจะลงเรือหรือท่าเรือ แพ โป๊ะ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ การแต่งกายไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่แน่น(ฟิต) หรือหนา ควรใส่แบบสบายตัวถอดง่าย เพื่อป้องกันกรณีเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ สามารถช่วยเหลือตัวเองมิให้จมน้ำได้ ให้ระมัดระวังพวกมิจฉาชีพที่ถือโอกาสประทุษร้ายต่อทรัพย์ และไม่ควรประดับของมีค่าในวันดังกล่าว ห้ามจุดดอกไม้เพลิงชนิดต่างๆ เข้าไปในเรือ ท่าเรือ แพ โป๊ะ หรือกลุ่มคนโดยเด็ดขาด”

“นอกจากนี้ บก.รน.มีแผนและสั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัด ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จัดเรือตรวจการณ์ ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแล ช่วยเหลือ แนะนำ รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในเทศกาลวันลอบกระทง”ประกาศบก.รน.ระบุ

Advertisement

ขณะที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.)ออกแผนการปฏิบัติการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การป้องกันอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนช่วยเทศกาลวันลอยกระทง สรุปว่า กำชับเจ้าหน้าที่สายตรวจให้ออกตรวจตราตามสถานบริการ สถานบันเทิง ชุมชน สวนสาธารณะ หรือสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทรงหรือจัดกิจกรรมรื่นเริงและมีประชาชนไปร่วมงานจำนวนมาก เยาวชนสุ่มเสี่ยง รวมถึงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุที่เกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย เพศและทรัพย์สิน ระดมกำลังออกตรวจตราและปรากฏกายในพื้นที่จัดงาน ตลอดจนสวนสาธารณะ สถานที่ที่มีรถจอดเป็นจำนวนมาก เพื่อลดโอกาสในการกระทำความผิด จัดฝ่ายสืบสวนกดดัน ติดตามบุคคลเป้าหมาย และบุคคลพ้นโทษ หรือผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีเกี่ยวกับเพศและทรัพย์ รวมทั้งควบคุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน

“ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครู อาจารย์ ในสถานศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการระมัดระวังป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนกระทำผิด หรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมและอบายมุขต่างๆ รวมทั้งใช้มาตรการทางปกครองของสถานศึกษา เพื่อลดแรงจูงใจในการกระทำความผิด หากพบการกระทำความผิดให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้อยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนให้กระทำความผิดด้วย ประสานขอความร่วมมือสถานบริการ สถานบันเทิงต่างๆให้เป็นไปตามแนวทางที่ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.)ของรัฐบาลที่กำหนดให้สถานบริการ สถานบันเทิง สามารถประกอบธุรกิจตามปกติได้ในอาคารปิด แต่เน้นย้ำห้ามมิให้มีการเปิด-ปิด เกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนกวดขันมิให้มีการปล่อยปละละเลยให้มีผู้อายุต่ำกว่า20 ปี บริบูรณ์ เข้าใช้บริการ และห้ามมิให้มีการแสดงลามกอนาจาร หากพบการกระทำผิดให้จับกุมโดยเด็ดขาด”แผน บก.ปคม.ระบุ

ด้านกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(บช.ทท.) พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ท่องเที่ยว ออกมาตรการ จัดระบบรักษาความปลอดภัย ช่วงเทศกาลลอยกระทง สรุปว่า ให้สายตรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้ปรากฏกายเพื่อป้องกันเหตุ อาชญากรรม หรือการก่อคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ในพื้นที่ จัดกำลังสายตรวจรักษาความปลอดภัยและให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ตั้งจุดอำนวยความสะดวกประชาชนหรือนักท่องเที่ยวสำหรับการเดินทาง อาทิ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอน

“ประสานกับกรมขนส่ง กวดขันจับกุมรถแท็กซี่ไม่เปิดมิเตอร์ ปฏิเสธรับผู้โดยสาร และปฏิเสธการรับผู้โดยสาร และรถรับจ้างสาธารณะผิดกฎหมาย บูรณาการการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่จัดงานลอยกระทงบริเวณแหล่งน้ำที่สำคัญ โดยร่วมกับกองบังคับการตำรวจน้ำในพื้นที่ กวดขัน จับกุม บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ผิดกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ขบวนการค้ามนุษย์ ในรูปแบบการค้าประเวณีเด็ก ผู้กระทำความผิดตามหมายจับคดีค้างเก่า อย่างจริงจังและเด็ดขาด”คำสั่งพล.ต.ท.สาคร ระบุ