อัยการสั่งไม่ฟ้องนักสิทธิทำรายงานซ้อมทรมานภาคใต้ แอมเนสตี้เรียกร้องไทยหยุดใช้คดีหมิ่นประมาทคุกคามคนวิจารณ์รัฐบาล

2.11.17 | 14:21 น.

จากกรณีที่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้แจ้งความหมิ่นประมาทและความผิดทางคอมพิวเตอร์ต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน 3 คน คือ 1.นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และภายหลังดำรงตำแหน่งประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย 2.นายสมชาย หอมลออ 3.นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ จากการที่ทั้งสามทำรายงานเรื่องการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทย

รายงานดังกล่าวเป็นการบันทึกคำให้การเกี่ยวกับการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายอื่นๆ ทั้งหมด 54 กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งรวมถึงตำรวจและทหารในพื้นที่ ตีพิมพ์และเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดยความร่วมมือของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและกลุ่มด้วยใจ

ต่อมาแอมเนสตี้และองค์กรสิทธิมนษยชนทั่วโลกได้รณรงค์ให้หยุดการคุกคามนักสิทธิมนุษยชนด้วยการฟ้องร้องหมิ่นประมาทและภายเมื่อเดือนมีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่กองทัพได้ออกมาให้คำมั่นสัญญาว่าจะถอนฟ้อง จนล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2560 สํานักงานอัยการจังหวัดปัตตานีสั่งไม่ฟ้องและยุติการดำเนินคดีต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้ง 3 คน

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายเจมส์ โกเมซ ผู้อำนวยการสำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่าแม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้ง 3 คน ซึ่งไม่ควรมีการดำเนินคดีกับพวกเขาตั้งแต่แรก ทั้ง 3 คนไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากยืนหยัดต่อสู้อย่างสันติเพื่อสิทธิของผู้อื่น จึงไม่ควรที่พวกเขาจะได้รับโทษจำคุก เพียงเพราะออกมาเปิดโปงการทรมานของกองทัพ

“แอมเนสตี้ขอเรียกร้องให้ทางการไทยลดการฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาท เนื่องจากพบว่าข้อหานี้มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม ผู้สื่อข่าว และภาคประชาสังคมในประเทศ ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างสันติตลอดหลายปีที่ผ่านมา” นายเจมส์กล่าว

Advertisement