หน้าแรก ในประเทศ อยากสวย-หล่อแ...

อยากสวย-หล่อแห่ฉีด’โบท็อกซ์’ทั่วโลก5ล้านครั้ง ทำนมอีก1.3 ล้านคู่

20.01.16 | 20:05 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เป็นประธานเปิดมหกรรม “คอนเสิร์ต สวยใส มั่นใจ สบส.” ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 เพื่อรณรงค์สร้างความตื่นตัวในกลุ่มนักศึกษารู้เท่าทันภัยอันตรายจากการเสริมความงามโดยหมอเถื่อนและสถานพยาบาลเถื่อน และรู้จักวิธีการเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานปลอดภัย รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยวิธีการธรรมชาติ ซึ่งประหยัดและปลอดภัย

น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวว่า ข้อมูลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่าในปี 2559 ธุรกิจทางการแพทย์และความงามเป็นประเภทธุรกิจเด่นครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 มีความเสี่ยงต่อการฉกฉวยโอกาสของผู้ประกอบการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งแพทย์ สถานพยาบาล และผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ สบส.จึงต้องเร่งคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ทั้งการใช้กฎหมายควบคุมมาตรฐานสถานประกอบการ ผู้ประกอบวิชาชีพ และเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มที่สุขภาพปกติ แต่ต้องการเสริมความงามเพิ่มเติมที่มีทั้งชนิดผ่าตัดและไม่ผ่าตัด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดตามมา

การตกแต่งเสริมความงามที่ได้รับความนิยมสูงสุดติดอันดับโลกในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การฉีดโบท็อกซ์ ประมาณ 5 ล้านครั้ง รองลงมาคือการฉีดฟิลเลอร์หรือกรดไฮยาลูโรนิกประมาณ 3 ล้านครั้ง ส่วนการผ่าตัดที่นิยมอันดับ 1 ได้แก่ การผ่าตัดตกแต่งเปลือกตา 1 ล้าน 4 แสนกว่าครั้ง รองลงมาคือการดูดไขมัน การผ่าตัดเสริมหน้าอก อย่างละประมาณ 1 ล้าน 3 แสนกว่าครั้ง ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้บริการสูงที่สุดประมาณร้อยละ 20 ของผู้ใช้บริการทั่วโลก

น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีเฟซบุ๊กชื่อว่า ป้าวุ้นเส้น บลิง ยู อัพ ซึ่งเป็นเพจให้คำปรึกษาการทำศัลยกรรมและความงาม ได้โพสต์ภาพและข้อความเมื่อ 15 มกราคม 2559 ระบุในทำนองว่า พาหนุ่มสาวคู่กรณีวิวาทกับดาราสาวชื่อดังรายหนึ่งเมื่อต้นเดือนมกราคม 2559 ไปทำศัลยกรรมเสริมความหล่อความสวยกับหมอรายหนึ่ง ในราคา 150,000 บาท และ 35,000 บาท แต่ทำให้ฟรี เนื่องจากสงสารเพราะถูกสังคมออนไลน์ตำหนิว่าหน้าตาไม่ดี และยังได้โพสต์ข้อความเชิญชวนให้คนอื่นที่สนใจ โดยจะลดราคาพิเศษให้ด้วยนั้น ว่า กรม สบส.ได้ส่งทีมกฎหมายดำเนินการตรวจสอบเน็ตและแพทย์รายนี้เป็นการด่วนแล้ว โดยจะเรียกผู้ได้รับอนุญาตประกอบการสถานพยาบาลเสริมความงามมาชี้แจงที่กรมด้วย ว่าเกี่ยวข้องหรือมีการยินยอมสมรู้การโฆษณากับผู้ที่ใช้นามในเฟซบุ๊กรายนี้หรือไม่ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน จะถือว่าเข้าข่ายการโฆษณาแฝง มีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 11 (พ.ศ.2546) ที่ห้ามมิให้สถานพยาบาลโฆษณาลดแลกแจกแถม หรือโฆษณาให้บริการฟรี มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณา

“กรม สบส.ต้องขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการโฆษณาสถานพยาบาลทุกประเภท ทางเน็ตหรือโซเชียลมีเดีย ขอให้แจ้งที่เฟซบุ๊ก มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน, สารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ เว็บไซต์สารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ หรือโทรสายด่วน 02-1937-9999 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที เพื่อร่วมสร้างความปลอดภัยให้สังคม ไม่ให้มีหลอกลวง ฉกฉวยโอกาสทางธุรกิจบนความทุกข์ประชาชน” อธิบดีกรม สบส.กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคู่กรณีดังกล่าวเคยมีข่าวโด่งดังกับดาราสาว แพท ณปภา ที่มีคลิปทะเลาะวิวาทจนเป็นข่าวโด่งดังว่า ผู้ชายคนดังกล่าวเคยเป็นอดีตแฟนของดาราสาว แต่เลิกรากันไป จนเกิดคำถามเรื่องหน้าตาและความเหมาะสม ขณะที่คลินิกดังกล่าวได้ทำศัลยกรรมให้ จนเกิดคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่นั้นเอง