แรงงานมองปม ‘บิ๊กบี้’ ไขก๊อกเป็นการแสดงสปิริต พร้อมถามข้อเท็จจริงเครื่องสแกนม่านตา

3.11.17 | 17:16 น.

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากถึงกรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลาออกจากตำแหน่งภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ออกคำสั่งม.44 ย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ จากอธิบดีกรมการจัดหางานไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน โดยเกิดคำถามว่าเป็นเพราะเรื่องการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอาจไม่ทันการ หรือเป็นเพราะกระแสข่าวการจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตาพิสูจน์อัตลักษณ์แรงงานข้ามชาติด้วยหรือไม่นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน  นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า อาจเกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตาหรือไม่นั้น ก็ต้องถามก่อนว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีเครื่องนี้ เพราะหากต้องการเพียงพิสูจน์สัญชาติก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องสแกนม่านตา  เพราะโดยหลักแล้วเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเกินไปและเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ จึงต้องถามกลับว่าหากมีเครื่องดังกล่าว ประเทศไทยจะมีระบบการในเก็บข้อมูลให้ปลอดภัย และการนำไปใช้อย่างเหมาะสมอย่างไร เพราะจะป้องกันอย่างไรไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องนำข้อมูลจำเพาะเช่นนี้ไปใช้ได้

“คำถามคือ หากเป็นเรื่องจริงแล้วประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เครื่องดังกล่าวหรืออย่างไร และหากนำมาใช้การตั้งงบประมาณจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะกรอบระยะเวลาในการตรวจพิสูจน์สัญชาติกำหนดไว้ในช่วงนี้ การจัดซื้อจะทันหรือไม่ และปัญหาต่างๆอีกมากที่ต้องคิด” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศร กล่าวอีกว่า จริงๆ ตนมองว่าการย้ายอธิบดีจึงไม่ใช่คำตอบ แต่ต้องมาพิจารณาว่าหากเป็นเพราะปัญหาแรงงานข้ามชาติล่าช้า แล้วจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งล่าสุดมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมา โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยมาดำเนินการ ตนมองว่าก็เป็นเรื่องดี แต่เกิดคำถามแค่ว่า ทำไมถึงไม่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ตั้งแต่แรก เพราะหากตั้งขึ้นมาทางออกของปัญหาอาจจะไม่ใช่การย้ายอธิบดีกรมการจัดหางานก็ได้  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากฝากคือ ควรแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานโดยเร็ว แม้จะบอกว่าไม่กระทบกับงาน แต่ในความเป็นจริงเรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าว ในการปรับปรุงกฎหมายต่างๆนั้นควรมีเจ้ากระทรวงเอง ไม่ใช่มอบรักษาการ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) กล่าวว่า หากเรื่องเครื่องสแกนม่านตาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ รัฐบาลต้องออกมาอธิบายว่า จริงหรือไม่ และจริงเพราะอะไร มีความจำเป็นแค่ไหน ตนมองว่าปัญหาเรื่องแรงงานข้ามชาติ หากไม่มีใครมาดูแลให้ตรงจุดจะยิ่งเกิดปัญหาไปใหญ่ อย่างที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนว่า ควรดำเนินการอย่างไร ซึ่งตนทำเรื่องขอพบนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงานไปเพื่อขอหารือว่าแรงงานข้ามชาติควรมีในประเทศ แต่ไม่ใช่มุ่งเน้นทั้งหมด ต้องให้ความสำคัญกับแรงงานไทยด้วย

Advertisement

นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน(LPN)  กล่าวว่า ส่วนประเด็นเรื่องเครื่องสแกนม่านตานั้น ก็ต้องถามก่อนว่า จะมีการจัดซื้อจริงหรือไม่ เรื่องนี้ทางรัฐบาลต้องตอบคำถามข้อสงสัย อธิบายให้ชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องการละเมิดสิทธิได้เช่นกัน แต่เข้าใจว่าจุดประสงค์ก็ต้องการให้มีการยืนยันอัตลักษณ์ที่จำเพาะ เนื่องจากที่ผ่านมาการตรวจลายนิ้วมือบางทียังยาก หรือแม้แต่การยืนยันหน้าตา เช้ามาคนหนึ่ง เย็นมาอีกคนยังมี แม้แต่นายจ้างมาทำแทนยังมีเลย เรื่องพวกนี้มีหมด ในพื้นที่พบเห็นได้ เหมือนอย่างเรื่องนายหน้าช่วยเข้าทำงาน ก็มีหมด เพียงแต่เมื่อไปสอบถามระดับเบื้องบนก็ต้องบอกว่าไม่มี เพราะไม่มีหลักฐานอีก