เมื่อเวลา 10.00 น วันนี้ 3 พ.ย. 60 นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ นายภานุรุจ รัชสุทธิ์ ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอสังขละบุรี พร้อมด้วยเหล่ากาชาด กิ่งอำเภอสังขละบุรี ร.ต.สุพจน์ เปรมรัศมี หน.ชุด.มว.รส.สังขละบุรี นายพุทธชาย หลวงวิเศษ กำนันตำบลหนองลู และนายพีรฉัตร น้อยเคียง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยมาลัย เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 105/พ ม.5 บ้านเวียคะดี้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อนำสิ่งของไปมอบให้กับ ด.ญ.ปิลิกิ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 14 ปี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านห้วยมาลัย ซึ่งบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง จนไม่มีอะไรเหลือ
ภายหลังจากวานนี้ (2 พ.ย.60) เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่น้องเรียนอยู่ที่โรงเรียน ได้มีเพื่อนบ้านในหมู่บ้านโทรแจ้งว่าบ้านของ ด.ญ.ปิลิกิ ได้ถูกไฟไหม้ ด.ญ.ปิลิกิ จึงได้แจ้งครูประจำชั้น และ นายพีรฉัตร ก่อนเดินทางมาที่บ้าน แต่เมื่อมาถึงปรากฏว่า ไฟได้ลุกไหม้บ้านไปจนหมดแล้ว
ทั้งนี้จากการสอบถาม น.ส.สุดารัตน์ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวปกติ ลูกสาวจะอยู่เพียงลำพัง เนื่องจากตนและสามีไปทำงานรับจ้างที่ตัวจังหวัดกาญจนบุรี นานๆ ทีจึงจะกลับมาเยี่ยมลูกสาว โดยก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่ตนกลับมาเยี่ยมลูกสาวพร้อมกับซื้อเป็ดมาต้มไว้ให้ลูกกิน ก่อนเดินทางกลับตนได้นำถ่านที่ต้มเป็ดออกจากเตา มาวางข้างนอกก่อนนำน้ำมาราดเพื่อดับไฟเป็นอย่างดี ก่อนเดินทางกลับไปทำงาน เมื่อลูกโทรไปบอกว่าไฟไหม้บ้านตนก็ตกใจและรู้สึกเสียใจ เนื่องจากกว่าจะหาเงินมาสร้างบ้านได้ต้องใช้เวลาสะสมเงินมาหลายปี ซึ่งไฟไหม้ครั้งนี้ตนและลูกสาวไม่มีอะไรเหลือเลย ทุกอย่างหายไปกับกองเพลิง
ซึ่งระหว่างเกิดเหตุไฟไหม้ไม่มีใครช่วยดับไฟทัน เนื่องจากบ้านของตนอยู่ชายป่า ห่างจากหมู่บ้านกว่า 400 เมตร เพื่อนบ้านและญาติเห็นควันไฟ รีบวิ่งมาดูก็พบว่าไฟไหม้จนไม่สามารถช่วยดับได้แล้ว ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวโครงสร้างเป็นไม้ หลังคามุงสังกะสี ฝาและพื้นยังคงเป็นไม้ไผ่ ตอนนี้ตนจึงต้องให้ลูกสาวไปอาศัยอยู่กับยายในหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว เนื่องจากกว่าจะหาเงินมาสร้างบ้านใหม่คงต้องใช้เวลา
ด้าน นายพีรฉัตร น้อยเคียง ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยมาลัย กล่าวว่า เมื่อวานหลังมาดูบ้านกับ ด.ญ.ปิลิกิ แล้วจึงได้หารือกับครูที่โรงเรียนเพื่อหาทางช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นได้จัดหาชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนใหม่ให้ทางครูและเพื่อนได้รวบรวมเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ทราบว่า ด.ญ.ปิลิกิ อาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ไปรับจ้างนอกพื้นที่ แม้โรงเรียนและบ้านจะห่างกันกว่า 13 กม.แต่ ด.ญ.ปิลิกิ ก็ไม่เคยขาดเรียน และมีผลการเรียนดี เป็นที่รักของครูและเพื่อนๆ จึงอยากให้สังคมช่วยเหลือ เบื้องต้นทางครูประจำชั้นได้พา ด.ญ.ปิลิกิ ไปเปิดบัญชีเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ ด.ญ.ปิลิกิ สามารถบริจาคเงินได้ที่ หมายเลขบัญชี 986-545353-3 บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.ชนิสรา ไร่เจริญทรัพย์ (เพื่อ ด.ญ.ปิลิกิ)
ด.ญ.ปิลิกิ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือชุดนักเรียน เสื้อผ้า และอุปกรณ์การเรียน เนื่องจากตอนนี้ตนไม่เหลืออะไรเลย
ส่วน นายภานุรุจ รัชสุทธิ์ ปลัดอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยถึงการสร้างบ้านใหม่ให้ ด.ญ.ปิลิกิ ว่า จะได้หารือกับผู้นำท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป พร้อมทั้งจะหางานให้พ่อและแม่ของ ด.ญ.ปิลิกิ ทำ เพื่อจะได้อยู่กับลูกสาว เนื่องจากที่ผ่านมา เด็กอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านซึ่ง ห่างจากหมู่บ้าน เกรงจะไม่ปลอดภัย ดังนั้นจะต้องช่วยกันหลายๆ ฝ่าย
คอมเม้นท์

