ปลัดก.แรงงาน แจงข่าวเด้งอธิบดีไม่เกี่ยว จัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา

นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน

หลังจากมีข่าวว่า การย้ายอธิบดีกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มีสาเหตุจากไม่สนองนโยบายจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตา มูลค่าพันล้าน กระทรวงแรงงานได้มีหนังสือชี้แจงถึงบรรณาธิการสื่อที่นำเสนอข่าวดังกล่าวว่า เรื่อง การพิสูจน์อัตลักษณ์แรงงานต่างด้าว

ตามที่ นสพ.บางฉบับได้นำเสนอข่าว เครื่องสแกนม่านตา พันล้านทำ บิ๊กบี้ ทิ้งเก้าอี้ รมต. เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 โดยระบุว่า มีแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงแรงงานเปิดเผยกรณีมีคำสั่งมาตรา 44 ย้ายอธิบดีกรมการจัดหางาน ไปรองปลัดกระทรวง มีเหตุสำคัญคือ ไม่สนองนโยบายรัฐบาลในการจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตาเพื่อใช้เก็บข้อมูลแรงงานต่างด้าว  นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มีหนังสือชี้แจงว่า

กระทรวงแรงงาน ขอเรียนว่า การพิสูจน์อัตลักษณ์เป็นแนวทางที่สำคัญในการพิสูจน์ตัวตนของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศควบคู่กับการจัดทำทะเบียนประวัติในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามกฏหมาย ไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาโดยผิดกฏหมายอีก การสแกนม่านตาก็เป็นวิธีการหนึ่งในการพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคลโดยกรมเจ้าท่าได้ดำเนินเบื้องต้นก่อนในแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงและมอบหมายให้กรมการจัดหางานดำเนินการต่อควบคู่กับการออกใบอนุญาตทำงานเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวเองโดยรับเครื่องสแกนม่านตาจากกรมเจ้าท่าจำนวน30เครื่อง(เครื่องละประมาณ100,000บาท)ทั้งนี้ถ้ามีความจำเป็นก็ให้กรมการจัดหางานสามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมได้ สำหรับการประมวลผลและนำมาใช้ประโยชน์กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) ดำเนินการ

ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าโครงการดังกล่าวมีมูลค่าถึง 1,000 ล้านบาท ตลอดจนการกล่าวพาดพึงถึงบุคคลอื่นโดยไม่มีหลักฐาน และการกล่าวหาว่าโครงการฯ อาจเกิดการทุจริตขึ้นนั้น เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลความเป็นจริง ไม่ถูกต้อง และเป็นการกล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐานประเด็นที่น่าจะให้ความสำคัญคือประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่และการวางระบบการบริการจัดการแรงงานต่างด้าวให้เรียบร้อยและเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามหลักกฏหมายและหลักสากล ทั้งแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงและแรงงานต่างด้าวอื่นๆทั้งหมดมากกว่า ทั้งนี้โดยกระทรวงแรงงานมีเป้าหมายจะให้แล้วเสร็จภายใน31มีนาคม2561นี้ ด้วยเหตุนี้จึงมีคำสั่งคสช.ที่49/2560 เรื่องการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ลงวันที่ 2พย.2560 โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นในการดำเนินการเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพและใช้ประโยชน์ร่วมกันของหน่วยราชการต่อไป
นอกจากนี้งานที่สำคัญของกรมการจัดหางานคือการหางานให้คนไทยมีงานทำและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยร่วมมือกับส่วนราชการในกระทรวงและหน่วยงานอื่นเป็นสำคัญ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณานำเสนอข้อเท็จจริงตามข้อมูลข้างต้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณะชนต่อไป และขอขอบคุณที่นำเสนอข่าวสารของกระทรวงแรงงานเสมอมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กองทัพไทย-สหราชอาณาจักร ส่งกำลังฝึกผสมครั้งแรก “แพนเธอร์โกลด์”ที่ จ.กาญจนบุรี
บทความถัดไปกทม.จัดกำลัง จนท.เก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งเเต่ 21.00น.-6.00น.