รัฐมนตรีหลายคนคงหวั่นไปตามๆกัน หลังมีข่าวปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่ที่แน่ๆ ไม่ต้องรอปรับ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมทีมงานชิงไขก๊อกก่อน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งคสช. อาศัยม.44 สั่งย้าย นายวรานนท์ ปีติวรรณ ออกจากอธิบดีกรมการจัดหารงาน(กกจ.) ไปนั่งรองปลัดกระทรวงแรงงานแทน และให้นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ รองปลัดกระทรวงแรงงานไปนั่ง อธิบดีกรมการจัดหางานแทน มีผลทันที
ทั้ง พล.อ.ศิริชัย และทีมงานฝ่ายการเมือง ทั้งพล.อ.เจริญ นพสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ท.ธนิต พิพิธวนิชการ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายอารักษ์ พรหมณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงาน แสดงความจำนงลาออกทั้งหมด ตามมาด้วยเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก ยืนยันชัดเจนว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 และวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังออกประกาศคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2560 เรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว โดยตั้ง “คณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญา และกฎหมาย ผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้อํานวยการสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
หมายความว่า การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว มีปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการหลัก ที่สำคัญให้ดำเนินการในเรื่องการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวภาคประมงที่กรมเจ้าท่าและกรมการจัดหางานดำเนินการอยู่ โดยให้มีการจัดเก็บข้อมูลการระบุ อัตลักษณ์บุคคลเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งสองคำสั่งนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามีต้นเหตุเกี่ยวข้องกับประเด็นแรงงานต่างด้าว แต่จะเป็นเพราะ 1.การพิสูจน์แรงงานต่างด้าวที่ยังไม่แล้วเสร็จ หรือ2.ประเด็นการพิสูจน์สัญชาติที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เกี่ยวโยงกับการซื้อเครื่องสแกนม่านตาใช้กับแรงงานข้ามชาติทั้งประเทศด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ยังเป็นคำถาม
นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน(LPN) กล่าวว่า ตนมองว่าปัญหามาจากการดำเนินการแก้ไขเรื่องแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะหลังจากมีพ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ซึ่งหลายเรื่องมีขั้นตอนมีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างเรื่องการเก็บเงินของนายหน้ายังมีอยู่ เพียงแต่เมื่อไม่มีหลักฐานชัดเจนก็เอาผิดไม่ได้ แต่แรงงานได้รับผลกระทบ แม้แต่ผู้ประกอบการก็เช่นกัน ตนจึงมองว่าการย้ายนายวรานนท์ ครั้งนี้ ก็น่าจะมีส่วนมาจากเรื่องการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวแน่ๆ ยิ่งมีคำสั่งม.44 ล่าสุดที่แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยมานั่งทำงาน จึงน่าจะชัดเจนว่าต้องการให้การพิสูจน์สัญชาติเสร็จทันภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561

“ปัญหาเรื่องที่พล.อ.ศิริชัย ลาออกด้วยนั้น ก็เป็นไปได้ที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ เพราะนายวรานนท์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และหากปัญหามาจากเรื่องแรงงานต่างด้าว ในฐานะผู้บังคับบัญชาก็อาจต้องแสดงความรับผิดชอบด้วย แต่หากมองอีกมุมก็อาจเป็นเพราะไม่พอใจก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อมีการย้ายอธิบดีกรมการจัดหางานแล้ว ก็น่าจะใช้วิกฤตเป็นโอกาส โดยการแก้ปัญหาให้ตรงจุด จัดระบบใหม่ให้ดี ซึ่งตนมองว่า นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงานคนนี้มีความมุ่งมั่น และน่าจะจัดระบบในการตรวจพิสูจน์แรงงานข้ามชาติได้ดี ลดความซับซ้อน ไม่ให้เหมือนที่ผ่านมา” นายสมพงค์ กล่าว
นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) เห็นว่า การอาศัยอำนาจม.44 ของคสช. แสดงให้เห็นว่า หากใช้อำนาจตามกฎหมายปกติคงแก้ปัญหาไม่ทัน เพราะเรื่องแรงงานข้ามชาติมีหลายปัจจัยมาก และที่สำคัญกรมการจัดหางานก็เป็นเพียงกรมหนึ่งในกระทรวงแรงงาน การให้อำนาจในการพิสูจน์สัญชาติแรงงามข้ามชาติ การเดินหน้าแก้ปัญหาต่างๆเพียงกรมเดียวไม่มีทางทำได้ เพราะเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องมีคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้ ซึ่งตนมองว่าการให้อำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวโต๊ะเรื่องนี้ก็เหมาะสมดี ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนที่ผ่านมากรมการจัดหางานก็ทุ่มเทแต่เรื่องแรงงานข้ามชาติ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็เชื่อทางข้าราชการ มุ่งเน้นเรื่องนี้เกินไป ขณะที่แรงงานไทยยังตกงาน ยังค่าครองชีพไม่เพียงพออีกมาก

นายชาลี ส่วนเรื่องสาเหตุของการย้าย แน่นอนผมมองว่ามาจากปัญหาแรงงานข้ามชาติด้วย อาจทำงานไม่ทัน ส่วนประเด็นอื่นๆ ก็อาจเกิดจากสปิริตของพล.อ.ศิริชัย หรือไม่ที่อาจมองว่า นายวรานนท์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ถูกม.44 ให้ย้ายออกไปนั้น เหมือนผ่านตัวเองไปก็อาจมีความรู้สึกบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนประเด็นเครื่องสแกนม่านตา เรื่องนี้หากมีหนังสือสั่งการก็พิสูจน์ได้ว่าเพราะอะไรถึงไม่ทำ จนเป็นเหตุให้ต้องย้ายด้วยหรือไม่ แต่หากไม่มีหนังสือก็ต้องมาตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จริงๆรัฐบาลต้องตอบข้อสงสัยทั้งหมด เพื่อให้เห็นถึงความโปร่งใสเรื่องนี้
“จริงๆ ไม่อยากให้กระทรวงแรงงานมุ่งไปที่แรงงานข้ามชาติอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับแรงงานไทย โดยทางคสรท.ได้ทำหนังสือขอเข้าพบ นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงานไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งจะขอเข้าหารือถึงประเด็นเหล่านี้ด้วย” นายชาลี กล่าว
นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า สาเหตุการลาออกของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั้น หากจะให้พิจารณาก็อาจเป็นเพราะนายวรานนท์ ปีติวรรณ ถูกคำสั่งม.44 ให้ออกจากอธิบดีกรมการจัดหางานไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งน่าจะมาจากการเรื่องการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว ก็ต้องเข้าใจว่า นายวรานนท์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาแต่กลับมีคำสั่งเหนือตนมาย้ายด่วน โดยที่ไม่รู้เรื่อง แบบนี้ก็อาจต้องการแสดงสปิริตหรือไม่ ให้รู้ว่าในเมื่อไม่บอกกล่าวก่อน ก็ขอลาออกดีกว่า หรืออาจเป็นเพราะหลายคนอาจเข้าใจบริหารงานไม่ได้ ก็เลยลาออก ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองคน แต่ที่แน่ๆ หากเป็นเรื่องการบริหารจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวเป็นสาเหตุหลักก็ต้องถามกลับว่า การเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมการจัดหางาน ถูกต้องหรือไม่ และจะแก้ปัญหาตรงจุดหรืออย่างไร
“ถ้าพิจารณาดีๆ ปัญหาการพิสูจน์แรงงานข้ามชาติล่าช้าก็อาจมีส่วนจริงๆ เพราะใกล้จะสิ้นเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งต้องมีการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติให้แล้วเสร็จ แต่จนถึงขณะนี้ตัวเลขอาจไม่ทัน อย่างชาวพม่า พิสูจน์ได้มากหน่อยถึง 60-70% เพราะพม่ามีเพิ่มจุดคัดกรองตรวจพิสูจน์สัญชาติ แต่กัมพูชาเพิ่งจะเปิดศูนย์ไป 3 ศูนย์เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ทยอยพิสูจน์ไปแล้วกว่า 20% ซึ่งดูแล้วไม่น่าทัน แต่ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพราะฝ่ายไทยอย่างเดียว ต้องดูที่ประเทศต้นทางด้วย ขั้นตอนค่อนข้างเยอะ การจะให้นายวรานนท์ มารับผิดชอบคนเดียวด้วยการย้ายก็ดูจะไม่เป็นธรรมหรือไม่” นายอดิศร กล่าว และว่า ส่วนเรื่องเครื่องสแกนม่านตาที่มีข่าวว่าอาจเกี่ยวข้องและเป็นสาเหตุหนึ่งของการย้ายนายวรานนท์นั้น ก็ต้องถามว่าหากเป็นจริงมีความจำเป็นต้องจัดซื้อด่วนหรืออย่างไร” นายอดิศร กล่าว
งานนี้คงต้องรอดูกันต่อไป

