เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเป็นวันที่สี่
ซึ่งวันนี้นอกจากประชาชนจะได้เข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการ ยังสามารถเข้าชมมหรสพและแสดงชุดต่างๆ อาทิ การแสดงพื้นเมืองของแต่ละภาค การแสดงละครเรื่องอิเหนา พระมหาชนก ตลอดจนการแสดงชุดอื่นๆที่จัดแสดงไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน
นอกจากนี้ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ทั้งหมด 8 ครั้งในตอนต่างๆ โดยเริ่มจัดแสดงครั้งแรกในวันที่ 4 พฤศจิกายน ตอนนารายณ์ปราบนนทก และในวันที่ 5 พฤศจิกายน ตอนอัญเชิญพระนารายณ์อวตาร เวลา 19.00-19.30 น. โดยบริเวณเวทีด้านนอกฝั่งทิศเหนือ จะจัดให้มีมหรสพตลอดทั้งเดือน ตามช่วงเวลา 18.00 – 19.30 น. และเวลา 20.00 – 22.00 น. รวมทั้งมีการประโคมดนตรีวันละ 10 วง ณ ศาลาลูกขุน เวลา 08.00-17.00 น. ตลอดจนเปิดให้เข้าชมโรงราชรถและพระยานมาศ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
นางสายหยุด สุนทระสังวร อายุ 79 ปี เดินทางมาจากเชียงใหม่ และมารอเข้าชมพระเมรุมาศพร้อมเพื่อนสนิท นางบุษบา พานิชอัตรา อายุ 69 ปี จากเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ชมพระเมรุมาศอย่างใกล้ชิด รู้สึกประทับใจมาก ตื่นตากับความงดงามสมพระเกียรติและคิดถึงในหลวงร.9 เป็นอย่างมาก โดยในขณะที่เดินชมนิทรรศการ ก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ และชื่นชอบนิทรรศการ ‘พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์’ ที่จัดแสดง ณ พระที่นั่งทรงธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะพระราชประวัติตอนยังทรงพระเยาว์ เพราะเหมือนย้อนกลับไปตอนที่พระองค์ยังทรงงาน ได้รับรู้เรื่องราวของพระองค์ในมุมใหม่ๆ ราวกับได้ใกล้ชิดพระองค์อีกครั้ง
ด้าน นางสาวสุทธญาณ ทองศิริ อายุ 38 ปี เดินทางมาพร้อมญาติๆ นางสาวอรุณี ทองศิริ อายุ 47 ปี , นางสาวสรัลดา ปาละนันท์ อายุ 45 ปี และ นางสาวดาราพร อินแสง อายุ 48 ปี กล่าวร่วมกันว่า เดินทางมายังจุดคัดกรองเวลา 08.30 น. และได้เข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการฯ ในเวลาประมาณ 10.30 น. ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลาไม่นาน เพราะมีที่นั่งให้นั่งรอภายในเต็นท์ รวมถึงเจ้าหน้าที่คอยบริการและให้ข้อมูลครบถ้วน จึงตั้งใจว่าจะมาให้ได้อาทิตย์ละครั้ง เนื่องด้วยภาระงานสามารถหยุดได้อาทิตย์ละ 1 วันเท่านั้น ทั้งนี้ ภายหลังจากเดินชมพระเมรุมาศและนิทรรศการทั้งหมด รู้สึกตื่นตาในความวิจิตรงดงามของพระเมรุมาศ และคิดว่าดีแล้วที่ทางเจ้าหน้าที่ปิดไม่ให้ขึ้นบริเวณชั้น 1 และ 2 ของพระเมรุมาศ เพราะการได้มองจากเบื้องล่างขึ้นไป ยิ่งทำให้พระเมรุมาศทรงคุณค่าและสมพระเกียรติ นอกจากนี้ยังตั้งใจสะสมโปสการ์ดที่ระลึกให้ครบทั้ง 9 แบบ
“หากเป็นไปได้อยากมาให้บ่อยที่สุด เพราะเป็นสถานที่ที่ใกล้ชิดพระองค์อีกที่หนึ่ง โดยหลังจากนี้ตั้งใจจะแวะไปกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวงร.9 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ก่อนกลับด้วย” นางสาวสุทธญาณ




