เปิดใจ ภรรยา “กิตติ ดัสกร” เคยเลิกกัน 2 ปี กลับมาดูอีกครั้่ง หลังประสบอุบบัติเหตุ แต่ตอนเข้ามาอยู่บ้านของก็เต็มบ้านแล้ว
จากกรณีนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือไทด์ ดารานักแสดงชื่อดัง และหัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รหัส ดารา2 นำทีมงานเข้าดูแลและให้การช่วยเหลือนายกิตติ กลิ่นเกลี้ยง หรือกิตติ ดัสกร อายุ 67 ปีน้องชาย ดามพ์ ดัสกร นักแสดงดาวร้ายชื่อดัง ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เบาหวานและความดัน พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งด้านถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย พื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ภายในบ้านนั้นมีสิ่งของและอาหารที่เน่าเหม็นวางกองอยู่ทั่วตัวบ้านทั้งชั้น 1 และชั้น 2 โดยทาง ไทด์ ได้นำกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าไปทำความสะอาดบ้านให้สะอาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายสมยศ วิชากร นายอำเภอไทรน้อย พร้อมนายหยด เอี่ยมอาจ นายก อบต.ไทรน้อย ได้นำเจ้าหน้าที่และรถขยะมาที่บ้านของนายกิตติ ดัสกร เพื่อเก็บขยะภายในบ้านนำไปทิ้ง อีกทั้งจะให้เจ้าหน้าที่มาทำการตัดหญ้าบริเวณรอบบ้านรวมถึงพ่นหมอกควันป้องกันยุง ปรับภูมิทัศน์บ้านให้ดีขึ้นและจะประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี เข้ามาดูแลให้การช่วยเหลือเพิ่มเติม

นายเอกพันธ์ หรือไทด์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานได้นำทีมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้ามาทำความสะอาดกวาด ถู บ้านแล้ว วันนี้ได้นำที่นอนแบบหนาขนาด 6 ฟุต มาให้เด็กๆได้นอนกัน ส่วนทางด้านนายกิตติ ได้ย้ายที่หลับที่นอน จัดให้อยู่ชั้นล่างของบ้าน นำโต๊ะ-เก้าอี้มาตั้งไว้ใกล้เตียงนอนเพื่อสะดวกในการนั่งทานข้าวและหยิบจับน้ำดื่มเองได้ซึ่งทุกอย่างจัดไว้อย่างใกล้ตัว ส่วนทางด้านการรักษาต่อจากนี้ไปจะนำนายกิตติ ไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการป่วยว่าจะมีแนวทางการรักษาอย่างไร แ ต่นายกิตติ มีความประสงค์อยากจะไปรักษากับหมอเท้าไฟใน จ.อ่างทอง ก่อนเนื่องจากมีคนบอกต่อๆกันมาว่าสามารถรักษาคนที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งตนยินดีจะพาไปตามความประสงค์

น.ส.ศศิประภา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เปิดเผยว่าตนเองเป็นภรรยาของนายกิตติ มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 10 ปีและเด็กชายวัย 1 ปีเศษ ส่วนเด็กชายอีก 1 คนนั้นเป็นหลานอายุ 4 ปี โดยเด็กทั้ง 3 คน ปัจจุบันได้นำมาอยู่บ้านหลังนี้ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ได้มีการเลิกรากับนายกิตติไปแล้ว 2 ปี จนกระะทั่งวันหนึ่งตนเองไปรับหลานที่โรงเรียนและไปพบกับนายกิตติ จากนั้นได้นั่งรถยนต์มาด้วยกัน จนกระทั่งได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกข้างทาง นายกิตติได้รับบาดเจ็บและเข้ารักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.มาระยะหนึ่ง หลังจากออก ร.พ.มาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน นายกิตติไม่สามารถเดินได้ และตามีอาการพร่ามัว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงได้กลับเข้ามาดูแลนายกิตติ อีกครั้ง โดยนำบุตรและหลานมาอยู่บ้านหลังนี้ด้วยรวม 5 คน ส่วนสิ่งของจำนวนมากภายในบ้านที่เห็นนั้น ก่อนจะกลับเข้ามาอยู่ดูแลนายกิตติ ก็พบเห็นของพวกนี้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว


