จากกรณีที่ “น้องหวาน” อายุ 17 ปี สาวใช้ชาวเมียนมา เสียชีวิตภายในบ้านพักที่ ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่ายิงตัวเองเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ของนายจ้าง แต่ญาติยังติดใจสงสัยถึงการตายว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรม โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านแรงงาน สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้เข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อกองปราบปราม เพื่อรื้อฟื้นคดีนี้ ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา10.30 น. วันที่6 พฤศจิกายน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ(รพ.ตร.) นายรณณรงค์ พร้อมด้วย นายไนโก โกไน ผู้ช่วยประสานงานแรงงานเมียนมาประจำประเทศไทย และนางปาละ และ น.ส.ลุควา ปาเปียว แม่และพี่สาว น.ส.หวาน หรือน้ำหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี สาวใช้ชาวเมียนมา เสียชีวิตปริศนาภายในบ้านเลขที่ 15/13 ถนนปากแรต ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เข้ามารับฟังผลการชันสูตรพลิกศพที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โดย พ.ต.อ.ภวัต ประทีปวิศรุต รักษาราชการแทนผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. ได้เชิญครอบครัวของน้องน้ำหวาน ขึ้นไปบนสำนักงานชั้น 5 เพื่ออธิบายผลชันสูตรพลิกศพ โดยใช้เวลาประมาณ30 นาที
นางปาละ มารดา น.ส.น้ำหวาน กล่าวสั้นๆว่า ไม่เชื่อว่าลูกฆ่าตัวตาย ยืนยันไม่เคยมีปัญหากันกับพี่สาว
น.ส.ลุควา ปาเปียว พี่สาวน้องน้ำหวาน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางครอบครัวยังไม่ได้ไปพบหรือพูดคุยอะไรกับนายจ้าง ส่วนนายจ้างก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรว่าจะช่วยเหลือค่าทำศพ หรือค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ส่วนกรณีที่ตำรวจบ้านโป่ง ระบุว่า น้องหวานฆ่าตัวตายเพราะพี่สาวขโมยเงินนั้น ยืนยันว่าไม่เคยมีการขโมยเงินน้องสาวตามที่ถูกกล่าวหาแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า สงสัยนายจ้างหรือไม่ น.ส.ลุควา กล่าวว่า สงสัยนายจ้าง เพราะนายจ้างไม่ชอบตนอาจจะทำให้ไม่ชอบน้องสาวตัวเองด้วย โดยปกตินายจ้างเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ก็ไม่เคยทำร้ายร่างกาย
ด้านนายรณณรงค์ กล่าวด้วยว่า แพทย์ยังได้ไม่สรุปหรือลงความเห็นอะไรมากนัก คงต้องรอผลจากทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ประมาณ2 สัปดาห์ จึงยังไม่สามารถสรุปการเสียชีวิตได้ แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบกระสุนปืนถูกยิงจากขมับด้านซ้ายไปด้านขวา ขัดแย้งกับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ที่บอกว่ายิงจากขวาไปซ้าย และพบถูกยิงแค่1 นัด แต่ในที่เกิดพบกระสุน2 นัด ทั้งนี้น้องหวานถนัดซ้าย ส่วนนัดที่คาดว่าทำให้เสียชีวิต คาดว่าจะเป็นกระสุนลูกเดียวกัน ที่เจาะบริเวณหน้าต่างบ้านข้องนายจ้าง ส่วนกระสุนอีกนัดฝังอยู่ที่บริเวณบ้านของเพื่อนบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงขณะนี้ญาติยังติดใจการเสียชีวิต แม้จะทำการชันสูตรพลิกศพ มาแล้ว 2 ครั้ง และเตรียมนำศพไปให้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ชันสูตรอีกครั้ง

