เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รองผกก.สส.สน.โคกคราม และพ.ต.ต.ภาณุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส.สน.โคกคราม ร่วมกันจับกุมนายสมนึก ยุนิลา อายุ 39 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ.998/2560 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆโดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้าหรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

หลังจากเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา นายนพเรศ พันธุ์นรา 56 ปี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ภาค2 ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ว่าคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ที่บ้านเลขที่ 26 ซอยนวมินทร์ 74 แยก 3-5 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นเหรียญและพระเครื่อง มูลค่าประมาณ400,000บาท โดยเมื่อวันที่17ตุลาคมที่ผ่านมาออกจากบ้านไปต่างจังหวัดและกลับมาเมื่อวันที่27ตุลาคม พบว่า มีร่องรอยการรื้อค้น งัดเหล็กดัด จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสืบสวนและตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดทราบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์มาที่การเคหะสุขาภิบาล 1 อาคาร 6 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว จึงได้นำกำลังไปซุ่มดูที่บริเวณการเคหะสุขาภิบาล1 เมื่อพบตัวนายสมนึก จึงแสดงหมายศาลและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวนที่สน.โคกคราม

จากการสอบสวนนายสมนึก รับสารภาพว่า เพิ่งเข้ามาอยู่ในเคหะสุขาภิบาล1ได้เพียงไม่กี่เดือน ในการเข้าลักทรัพย์จะมีเพื่อนอีก2คน เป็นคนดูลาดเลาและชี้เป้าว่าจะขึ้นบ้านหลังใด จากนั้นตนจะเป็นคนลงมือ และเมื่อได้เงินมาแล้วจะนำมาแบ่งกันใช้ในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายอีก2รายที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป

