จากกรณีเครื่องดับเพลิงชนิดสารไพโรเจน ทำงานอัตโนมัติ บริเวณชั้นบี2 ภายในธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสำนักงานใหญ่ รัชโยธิน หรือเอสซีบี ปาร์ค จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีก 7 ราย เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนมีการควบคุมตัวผู้บริหาร 2 ราย ของบริษัทที่เข้ามาติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงในวันเกิดเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทร์ทิพย์ รองผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน และชุดพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ร่วมกันประชุมหาแนวทางการสอบสวนคดีดังกล่าว โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
ภายหลังการประชุม ด้าน พ.ต.อ.ภาณุเดช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่15 มีนาคม ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของผู้บริหารของ บริษัท เมก้า แพลนเน็ท จำกัด ไปแล้ว เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหา หลังจากนี้ได้มีการนัดหมายเจ้าหน้าที่ ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสำนักงานใหญ่ (เอสซีบี) มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ในช่วงบ่ายภายในวันนี้ โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มสอบสวนลงรายละเอียดในเรื่องของการทำงานต่างๆ ทั้งทางด้านงานวิศวะกรรม และทางเทคนิคของผู้ชำนาญกา ด้วย
พ.ต.อ.ภาณุเดชกล่าวว่า ได้มอบหมายงานเป็น สามส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้ในวันเกิดเหตุ ส่วนที่สองเรื่องของระบบขั้นตอนของการทำงาน ส่วนที่สามเรื่องของตัวบุคคล ว่ามีส่วนใดที่ทำให้เกิดความประมาทได้หรือไม่ อีกทั้งทางชุดพนักงงานสอบสวนจะเรียกสอบสวนในอีกหลายส่วน ไม่ต่ำกว่า 8 ราย ทั้ง ทางธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสำนักงานใหญ่ (เอสซีบี) ,บริษัท เมก้าแพลนเน็ท จำกัด.,บริษัทที่รับช่วงต่อ และผู้ที่ดูแลระบบทั้งหมด ซึ่งต้องตรวจสอบว่าขั้นตอนใดที่ทำให้เกิดความผิดพลาดและเกิดเหตุได้ อย่างไรก็ตามในขณะนี้หลักฐานที่มียังไม่เพียงพอ ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยจะเริ่มต้นจากสัญญาที่มีการทำไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะนำไปสู่การออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป

