เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครองคนใหม่ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานของศาลปกครองด้านต่างๆว่า ตามที่นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งแต่งตั้งโฆษกศาลปกครองและรองโฆษกศาลปกครองรวมทั้งสิ้น7คนนั้น ศาลปกครองมีนโยบายประการหนึ่งที่จะส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางปกครองแก่ประชาชนเผยแพร่ทางสื่อประเภทต่างๆ เป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญฯ และ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 ปัจจุบันมีการประชาสัมพันธ์งานของศาลปกครองและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับคดีปกครองตามสถานีวิทยุกระจายเสียงและเครือข่ายสังคมออนไลน์อยู่แล้ว แต่จะขยายงานดังกล่าวให้หลากหลายและกว้างขวางยิ่งขึ้น
นายประวิตร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ประธานศาลปกครองสูงสุด มีนโยบายเร่งรัดพิจารณาคดีเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ และกฎหมายดังกล่าว จึงเร่งรัดให้เพิ่มตุลาการศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด โดยการคัดเลือกตุลาการศาลปกครองสูงสุดได้แก้ไขกฎหมายให้แต่งตั้งโดยเลื่อนขึ้นมาจากตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ขณะนี้ระเบียบที่เกี่ยวข้องได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาเลื่อนตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นขึ้นดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ขณะเดียวกันจะพิจารณาคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อแต่งตั้งให้เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดเป็นลำดับต่อไป
นายประวิตร กล่าวอีกว่า ส่วนการคัดเลือกตุลาการศาลปกครองชั้นต้นเพิ่มเติมนั้น อยู่ระหว่างการจัดส่งระเบียบ ก.ศป.ที่เกี่ยวข้องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา หากมีการประกาศแล้วจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนในการรับสมัครตุลาการศาลปกครองชั้นต้นได้ทันที โดยกฎหมายที่แก้ไขใหม่กำหนดให้ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องดำรงตำแหน่งตุลาการประจำศาลปกครองชั้นต้นก่อนเพื่อฝึกอบรมเป็นระยะเวลา1ปี จึงจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้นและปฏิบัติหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังมีการเปลี่ยนแปลงในศาลปกครองส่วนอื่นด้วย เช่น แก้ไขกฎหมายใหม่ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.บ.ศป.) มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการบริหารราชการของศาลปกครอง จะมีตุลาการศาลปกครองถูกเลือกเข้าไปเป็นกรรมการด้วย จะทำให้การบริหารราชการของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองมีความชัดเจน และตอบสนองต่ออำนาจหน้าที่หลักของศาลปกครองในการพิจารณาพิพากษาคดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง (ก.ขป.) ที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ก.บ.ศป.และ ก.ขป.ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเลือกกรรมการด้วย

