จากกรณีกรมทางหลวงปิดสะพานเข้าสนามบินดอนเมือง ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อปรับปรุงเส้นทางจราจร โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเป็นที่กังวลว่า จะกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางใช้บริการสนามบินดอนเมือง โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ต้องเดินทางขาออก ทาง พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)และ โฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น รรท.ผบช.สตม. และ พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รรท.ผบก.ตม.2 ห่วงใยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกสนามบินดอนเมือง และที่จะเดินทางออกทางสนามบินดอนเมือง ที่ต้องผ่านกระบวนการเช็กอินจากสายการบิน การตรวจหนังสือเดินทางจาก ตม. และการผ่านการตรวจคัดกรองสัมภาระ ตามมาตรการ รปภ.ของการท่าอากาศยาน อาจล่าช้า ไม่ทัน เนื่องจากไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ในการเผชิญสถานการณ์จราจรหนาแน่น จนอาจเกิดผลกระทบต่อการเดินทางและภาพลักษณ์อันดีของประเทศ
จึงสั่งการ ให้ พ.ต.อ.จันทร์ชัย แดงประเสริฐ ผกก.ด่าน ตม.ดอนเมือง กำหนดมาตรการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว 3 มาตรการ 1.ให้ประสานการปฏิบัติกับสายการบินระหว่างประเทศ กรณีพบผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ที่มาเช็กอิน ใกล้เวลาเดินทางและเสี่ยงต่อการตกเครื่อง ให้ ทางสายการบิน รีบประสานงานกับ ตม.ขาออก เพื่ออำนวยความสะดวก จัดช่องทางพิเศษรองรับ 2. จัดเจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมพร้อมรองรับการตรวจผู้โดยสารในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น และจัดช่องทางพิเศษ พร้อมเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ รองรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะคนไทย มีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ในระบบอยู่แล้ว ให้ผ่านการตรวจด้วยความรวดเร็วคล่องตัว ทั้งนี้รวมถึงผู้โดยสารพิเศษ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ ด้วย และ3. ประสานงานร่วมกับการท่าอากาศยานดอนเมือง ในการประชาสัมพันธ์ การเดินทาง โดยขอให้เผื่อเวลา สำหรับกระบวนการต่างๆ โดยให้มาเช็กอิน ก่อนกำหนดเดินทาง3ชั่วโมง รวมถึงคำนวณเวลาเผื่อสำหรับการจราจรที่ติดขัดก่อนเข้าสนามบินด้วย โดยสามารถโทรสอบถามได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์การท่าอากาศยานดอนเมือง หมายเลข 02- 5351192 หรือสายด่วนกรมทางหลวง หมายเลข1586
ทั้งนี้ การปิดปรับปรุง คาดว่าจะแล้วเสร็จราวกันยายนปีหน้า ทาง สตม.จะเตรียมแผนรองรับการอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ ทั้งด้านกำลังพล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ด้านการบริหารจัดการ ให้สามารถตอบสนองรองรับงานด้านความมั่นคงและการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลต่อไป

