จากนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ส่งผลให้ทางหลวงชำรุด ตลอดจนปัญหาส่วยสติ๊กเกอร์ เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนในขณะนี้นั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) พ.ต.อ.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ รอง ผบก.ทล. เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาตำรวจทางหลวงได้รับนโยบายนายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบและจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สถิติการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินในรอบปีงบประมาณ 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 2,360 ราย มากกว่าสถิติการจับกุมเมื่อปีงบประมาณ 2559 มีจำนวน 1,705 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 38%
อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่องการรับส่วยต่างๆ เกิดจากความยินยอมพร้อมใจกันของทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการได้ผลดียิ่งขึ้น โฆษก ตร.จึงมีแนวทางให้ไม่เพียงดำเนินการกับทางเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเท่านั้น แต่ให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการด้วย ทั้งผู้ประกอบการรถบรรทุกที่ยอมบรรทุกน้ำหนักเกิน และทั้งบริษัทผู้ว่าจ้างให้ขนย้ายสิ่งของสัมภาระก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย เช่น กรณีเจ้าของบ่อดินว่าจ้างบริษัทรถบรรทุกให้บรรทุกดินซึ่งมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หากตรวจพบจะต้องดำเนินคดีกับทั้งบริษัทเจ้าของรถบรรทุกผู้รับจ้างและบริษัทขายดินผู้ว่าจ้าง ในฐานะที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า จะเข้าไปตรวจสอบธุรกิจอย่างละเอียดด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบใบอนุญาตการทำธุรกิจ ทะเบียนรถแบ๊กโฮ หรือเอกสารการได้รับอนุญาตอื่นๆ จึงขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลและแก้ปัญหาร่วมกัน ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำความผิดสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนทางหลวง หมายเลข 1193 หรือแจ้งข้อมูลทาง Line ID: @highway1193 หรือทาง Facebook: highwaypolicedivisionthailand โดยสามารถแจ้งพฤติการณ์การกระทำความผิดได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องเปิดเผยตนเอง และยังสามารถนำส่งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอผ่านทางช่องทางดังกล่าวได้ด้วย หากร้องเรียนไปยังช่องทางดังกล่าวแล้วยังไม่มีการดำเนินการต่อผู้ถูกร้องเรียน สามารถโทรศัพท์ร้องเรียนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อีกช่องทาง ที่สายด่วน ตร. 1599 โดยโฆษก ตร.จะลงไปดำเนินการด้วยตนเอง

