หน้าแรก ในประเทศ หนุ่มโอด!! จอ...

หนุ่มโอด!! จอดกระบะห่างสน.200เมตร เข้าเยี่ยมแฟนสาวในเรือนจำไม่ถึง30นาที รถหาย

10.11.17 | 16:55 น.

หนุ่ม อ.ห้วยคต จอดกระบะหน้ากาชาด เข้าเยี่ยมแฟนสาวในเรือนจำไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลับมารถหายไร้ร่องรอย ทั้งที่ห่างจากโรงพักแค่เพียง 200 เมตร


วันที่ 10 พ.ย.60 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายขโมยรถยนต์ ของประชาชนที่เดินทางมาเยี่ยมญาติที่เรือนจำจังหวัดอุทัยธานี อ.เมือง จ.อุทัยธานี ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น โดยรถยนต์คันที่สูญหายนั้นเป็น รถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ทอง หมายทะเบียน บท 7013 อุทัยธานี ซึ่งมี นายวัชระ จินกสิกิจ อายุ 38 ปี ชาวตำบลสุขฤทัย อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี เป็นเจ้าของรถ

โดยเจ้าตัวได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สมชาย เหล่าอินทร์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี โดยให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ในช่วงเวลา 09.00 น.ตนเองได้จอดรถยนต์คันดังกล่าวไว้ที่บริเวณหน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี จากนั้นตนเองพร้อมด้วยแม่และญาติอีกหนึ่งคน ได้พากันเดินไปยังเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่จอดรถประมาณ 100 เมตร เพื่อเยี่ยมแฟนสาวในเรือนจำ หลังจากนั้นเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากที่ตนเองได้เข้าเยี่ยมแฟนเสร็จแล้ว และได้เดินมายังบริเวณที่จอดรถไว้ แต่กลับพบว่า รถยนต์ของตัวเองนั้นหายไป

โดยนายวัชระ ได้กล่าวต่อว่า ในตอนนั้นพอรู้ว่ารถหายตัวเองตกใจมาก เพราะมั่นใจว่าตอนที่ลงจากรถยนต์ได้ทำการล็อครถเป็นอย่างดีแล้วประกอบกับเป็นช่วงเวลากลาวัน อีกทั้งบริเวณที่จอดรถเอาไว้นั้นก็เป็นบริเวณที่มีหน่วยงานราชการติดๆกัน และห่างจากสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี ไม่ถึง 200 เมตร ซึ่งขโมยไม่น่าจะลงมือก่อเหตุในเวลากลางวันแบบนี้ได้

Advertisement

“ยอมรับว่าเสียใจมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว อยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยเร่งสืบหาร่องรอยและเส้นทางคนร้ายที่ขโมยรถยนต์ของตนเองไป ซึ่งหวังว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถนำรถยนต์ของตนนั้นกลับคืนมาให้ตนเองได้ โดยรถยนต์ของตนนั้นมีจุดที้สังเกตุได้คือ กระจกหน้ารถนั้นแตกร้าว และใส่ล้อแต่งใหญ่ เหมือนล้อรถออฟโรด” นายวัชระ กล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี หลังรับแจ้งเหตุดังกล่าวแล้วนั้น ได้ทำการแจ้งประสานทางวิทยุไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง 8 อำเภอ ให้ช่วยกันตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว พร้อมกับเตรียมตรวจดูกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ว่าโดยรอบบริเวณที่ผู้เสียหายเข้าจอดรถยนต์ไว้นั้น มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เพื่อหาเบาะแสและร่องลอยของคนร้าย เพื่อเร่งดำเนินคดีต่อไป