เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน กระทรวงวัฒนธรรมจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อให้ประชาชนเข้าชมความวิจิตรงดงามสมพระเกียรติของสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม ภายในพระเมรุมาศและอาคารประกอบพระเมรุมาศ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายน ระหว่างเวลา 07.00-22.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นั้น
บรรยากาศการเปิดชมนิทรรศการนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนทยอยเดินเข้ามายังจุดคัดกรอกเพื่อเข้าคิวรอชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการกันอย่างไม่ขาดสาย จนแน่นขนัดภายในเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้บริเวณทิศเหนือของมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อรอเรียกเข้าชมนิทรรศการตามลำดับ แม้ในช่วงบ่ายจะมีฝนตกโปรยปรายลงมาก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ทั้งนี้การเข้าชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการจะแบ่งเป็นรอบๆ ละประมาณ 3,000 คน ระยะเวลา 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และตรงบริเวณทางเข้าผู้เข้าชมจะได้รับแจกแผ่นพับนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งเป็นแผ่นพับเดียวกับที่แจกเป็นที่ระลึกหลังวางดอกไม้จันทน์ในวันที่ 26 ตุลาคม และเมื่อออกจากการชมนิทรรศการผู้เข้าชมจะได้รับแจกโปสการ์ดทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชในโอกาสต่างๆ มาจัดพิมพ์ และแจกให้ผู้เข้าชมนำกลับไปเป็นที่ระลึก โดยในแต่ละวันจะแจกไม่ซ้ำแบบกันจากทั้งหมด 9 แบบ

ประชาชนที่เข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการ สามารถเข้าชมมหรสพและการแสดงชุดต่างๆ อาทิ การแสดงพื้นเมืองของแต่ละภาค การแสดงละครเรื่องอิเหนา พระมหาชนก ตลอดจนการแสดงอื่นๆ ซึ่งจะจัดแสดงไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน และเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ในเวลา 19.00-19.30 น.จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม โดยวันเสาร์ที่ 11 พ.ย. 60 เป็นการแสดงโขนที่มีชื่อว่า พระรามข้ามสมุทร ยกรบ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นางโสธร สานะ อายุ 65 ปี อาชีพ ทำนา เดินทางมาจากจังหวัดชัยภูมิ พร้อมครอบครัว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยมากราบสักการะพระบรมศพ 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าชมพระเมรุอย่างใกล้ชิด รู้สึกประทับใจมาก งดงามสมพระเกียรติ ขณะที่เดินชมนิทรรศการก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ และชื่นชอบนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ที่จัดแสดง ณ พระที่นั่งทรงธรรมมากที่สุด โดยเฉพาะพระราชประวัติตอนยังทรงพระเยาว์ และภาพที่พระองค์ขณะทรงงาน ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวในมุมใหม่ๆ ราวกับได้ใกล้ชิดพระองค์อีกครั้ง
นายพีระวัฒน์ ดอกบัว อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสเข้าชมพระเมรุ และนิทรรศการ ทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม เป็นไปด้วยความสมพระเกียรติที่สุด สังเกตว่าวันนี้มีประชาชนทยอยเข้าชมพระเมรุ และนิทรรศการค่อนข้างเยอะ ตอนแรกก็แอบหวั่นๆ ใจอยู่บ้าง แต่ด้วยความตั้งใจที่จะเดินทางมาแล้ว ทุกอย่างก็ไม่เป็นปัญหา หรืออุปสรรคเลย อีกทั้งอากาศก็ค่อนข้างจะเย็นสบาย แม้จะมีฝนตกลงมาบ้างก็ไม่เป็นปัญหา
“หากเป็นไปได้ ก็อยากมาให้บ่อยที่สุด เพราะเป็นสถานที่ที่สามารถใกล้ชิดพระองค์อีกทางหนึ่ง หลังจากนี้ตั้งใจว่า ครั้งหน้าจะแวะไปกราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่วัดบวรนิเวศวิหารด้วย” นายพีระวัฒน์ กล่าว

ด้านนายปราโมทย์ มีกองสุข อายุ 45 ปี อาชีพ รับจ้าง กล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านย่านสายไหม โดยมีความตั้งใจมาชมพระเมรุ และนิทรรศการ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเดินทางมา และได้เห็นภาพความประทับใจของประชาชนคนไทยจากทั่วทุกสารทิศ ที่มีความตั้งใจเดินทางมาที่นี่แล้ว ทำให้ยิ่งคิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และคิดไว้เสมอว่า พระองค์ยังคงเฝ้ามองพสกนิกรของพระองค์ท่านอยู่บนสรวงสวรรค์ ทั้งนี้รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และเกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างไรก็ดี หวังว่าประชาชนทุกคน จะร่วมกันทำความดีต่อไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ร่วมกัน
นายโกศล พุ่มสวง อายุ 50 ปี อดีตข้าราชการ กล่าวว่า เดินทางจากจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งใจมาเพื่อเข้าชมพระเมรุ และนิทรรศการสักครั้ง เนื่องจากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงนัก ทำให้ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสเดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่ท้องสนามหลวง ก็ได้แวะไปที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารเพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเองแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกได้อยู่ใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมากที่สุด
“ปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นประชาชนเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร และเดินทางเข้าชมพระเมรุ และนิทรรศการในครั้งนี้ รับรู้ได้ถึงความจงรักภักดีที่คนไทยทุกคนมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งใจจะเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารสักหลายๆ ครั้ง และถ้ามีโอกาสก็จะชวนเพื่อนๆ เข้าชมพระเมรุ และนิทรรศการอีก” นายโกศล กล่าว

