พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.สตม. เปิดเผยกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ตำรวจภูธรภาค 8 ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงนายตำรวจระดับ พ.ต.ท.- ร.ต.ท. รวม 15 นายในพื้นที่ จว.ภูเก็ต กรณีจับกุมชาวต่างชาติ ทำผิดกฏหมาย รวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินที่กฏหมายกำหนด(Overstay) แล้วไม่ส่งตัวให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่า ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีทั้งหมดกี่ราย แต่ยอมรับว่า มีบางพื้นที่มีกรณีชาวต่างชาติกระทำผิดหลังจากที่มีการพ้นโทษหรือพ้นคดีแล้วไม่ได้ส่งตัวมาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปกติแล้วจะต้องส่งมาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อผลักดันกลับประเทศ โดยยอมรับหากมีการเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการไม่ส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถือว่ามีความผิดทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่แต่ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นไปในลักษณะใด แต่ตอนนี้ย้ำว่าตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีใครบ้าง
“ถ้ามีการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่ส่งตัวให้ทางเราจริงๆก็อาจเข้าข่ายมีความผิดทั้งสองฝ่าย แต่ต้องไปดูรายละเอียด คือตอนนี้ผมยังไม่ทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการว่ามีกี่ราย ใครบ้าง แต่หากผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ตรวจสอบก็พร้อมดำเนินการ”พล.ต.ท.สุทธิพงศ์กล่าว และว่าที่ผ่านมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว มีการระดมกวดล้างนักท่องเที่ยวต่างชาติ ป้องกันนักท่องเที่ยวกระทำผิดกฏหมายเข้ามาแล้วอยู่เกินเวลา หรือเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมไปถึงผู้ต้องหาชาวต่างชาติตามหมายจับที่หลบหนีเข้ามาในประเทศ
พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รองผบช.ภ.8 กล่าวว่า ภายหลังมีหนังสือคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 15 นายตำรวจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จับกุมต่างชาติ ทำผิดกฏหมาย แล้วไม่ส่งตัวให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่าได้เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อวางกรอบแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพร้อมแจ้งไปยังนายตำรวจทั้ง 15 นายให้รับทราบ ระหว่างนี้ภายใน 15 วัน ทั้ง 15 นาย สามารถเข้าชี้แจงหรือให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของตร. โดยยังไม่ได้มีคำสั่งโยกย้ายออกนอกพื้นที่ในทันที แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็มีระเบียบขั้นตอนลงโทษตามกฏหมายอยู่แล้ว
“สำหรับต่างชาติทั้ง 142 คน ที่มีการปล่อยตัวไปตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว บางทีข้อมูลเหล่านี้อาจจะเกิดความคาดเคลื่อน เช่น ชื่อไม่ตรง ตัวอักษรพิมพ์ผิดบ้าง จะต้องดูหลายอย่างไม่ใช่ว่าจะผิดทั้งหมด ต้องไปดูรายละเอียดก่อน” พล.ต.ต.ธีรพล กล่าว
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลยืนยันได้ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะยังเร็วเกินไปต้องให้ความเป็นธรรม และขอเวลาตรวจสอบก่อน แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าสามารถสืบสวนข้อเท็จจริงทันตามกรอบเวลา 30 วันอย่างแน่นอน

