จากกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแฝงตัวของอาชญากรในรูปแบบต่างๆ ที่เข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว ผู้มีอิทธิพลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาก่ออาชญากรรม ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ปัจจุบันพบตัวเลขชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือโอเวอร์สเตย์เกือบ 100,000 คน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า ตามนโยบายของ สตม. ‘คนดีอยู่ได้ คนร้ายอยู่ยาก’ ก่อนหน้านี้ได้เข้มงวดในการตรวจบุคคลที่อยู่เกินกว่าที่ขออนุญาตไว้หรือ Over Stay โดยมีการกวาดล้างจับกุมหลายพื้นที่ เช่น ล่าสุดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต สามารถจับกุมชาวต่างชาติที่ overstay ได้กว่า 100 คน ภายหลังจากรองนายกรัฐมนตรีสั่งการเรื่องดังกล่าวได้กำชับและเพิ่มกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ในจุดที่คาดว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่ overstay เป็นจำนวนมาก เพื่อกวาดล้างจับกุมตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีแล้ว นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังกรมการกงสุลให้เฝ้าระวังและตรวจสอบกลุ่มประเทศที่มักกระทำผิดในลักษณะการอยู่เกินกว่าที่ขออนุญาตไว้หรือ overstay โดยเข้มงวดการออกหนังสือเดินทางและวีซ่าเพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาฝังตัวในลักษณะดังกล่าว และเป็นการปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่นอกแถวแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าวในรูปแบบของการเรียกรับผลประโยชน์ด้วย
พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวต่อว่า จากข้อมูลพบว่าชาวต่างชาติที่อยู่เกินกว่าที่ขออนุญาตไว้ มักจะรวมตัวกันอยู่ในย่านท่องเที่ยวต่างๆ ต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้ให้บริการด้านที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวให้ช่วยสังเกตติดตามพฤติการณ์ของชาวต่างชาติเหล่านี้อีกทางหนึ่ง โดยสามารถสังเกตได้จากพฤติการณ์ของชาวต่างชาติที่อยู่ overstay และพักอาศัยอยู่นานหลายปี โดยไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ทั้งนี้หากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่พบความผิดปกติ สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการฝังตัวเป็นผู้มีอิทธิพลหรือมิจฉาชีพ

