‘ผู้ใหญ่บอย-พวก’3คน ฝังศพ’น้องน้ำ’เหยื่อนายจ้างโหดจนมุม กองปราบจู่โจมจับยกทีม

13.11.17 | 16:54 น.

ความคืบหน้ากรณีนางจันทิรา ศรีศักดิ์ อายุ 48 ปี ชาว จ.เพชรบุรี มารดาของ น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้ำ อายุ 16 ปี ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำเป็นเวลากว่า 5 ปี หลังจากเข้าทำงานกับนายกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อายุ 45 ปี นายจ้าง ใน กทม.ต่อมาทราบว่าน้องน้ำถูกซ้อมอย่างทารุณจนเสียชีวิต และถูกนำศพไปฝังเพื่ออำพรางคดีในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรม ต่อมา พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.พร้อมชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.สามารถจับกุม น.ส.กฤษณา ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ได้ที่ลานนารีสอร์ต ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. และพ.ต.ต.อนุรักษ์ บุญค้ำพงศ์ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม นายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ หรือผู้ใหญ่บอย อายุ 43 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี น้องชายของ น.ส.กฤษณา ผู้ต้องหาร่วมกันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งหลักฐานในการกระทำความผิด โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 91 ซอยศาลาลอย แยก 5 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

หลังจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเชื่อว่านายปราโมทย์ มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงขอศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว โดยควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.

Advertisement

ขณะที่กำลังอีกชุด นำโดย พ.ต.ต.พงศ์ทักษ์ บุญบำรุง สว.กก.5 บก.ป. เข้าจับกุม น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 21 ปี โดยขณะก่อเหตุอายุ 16 ปี หลานสาว น.ส.กฤษณา ผู้ต้องหาร่วมกันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งหลักฐานในการกระทำความผิด จับกุมได้ที่ห้องพักเลขที่ 7 ชั้น 3 หอพักสุภาพร หมู่ 3 ต.โพไร่หวาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี หลังพบว่า น.ส.ปนัดดา ร่วมกระทำความผิด

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.ภูมินทร์ สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.5.บก.ป.ติดตามจับกุม น.ส.ปรารถนา ท้วมทรัพย์ หรือเม้าส์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาอีก1ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และมีการควบคุมตัวมาสอบปากคำแล้ว สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมทั้ง 3 ราย นั้น เนื่องจากทางพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานในคดีซึ่งให้การซัดทอดว่าทั้งหมด มีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดร่วมกับ น.ส.กฤษณา จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวทั้งหมดไว้ได้ในที่สุด ขณะนี้ทั้งหมดถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดที่ บก.ป.

ด้าน พ.ต.อ.ไมตรี กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทางผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ โดยคดีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยในส่วนแรกของ น.ส.กฤษณา ถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดในพื้นที่ กทม.และอีกส่วน กรณีผู้ต้องหาที่เหลือทั้ง 3 ราย ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งหลักฐานในการกระทำความผิด โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ร่วมกันนำศพผู้เสียชีวิตไปฝังในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเกี่ยวกับการแบ่งหน้าที่กันในการนำศพไปฝังอำพรางคดี

พ.ต.อ.ไมตรี กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของ น.ส.ปรารถนา ซึ่งถูก น.ส.กฤษณา หรือโมนา ซัดทอดว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้เสียชีวิตนั้น จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ยังไม่พบว่า น.ส.ปรารถนา มีส่วนร่วมในการลงมือก่อเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งจากการสอบปากคำ น.ส.ปรารถนา ให้การปฏิเสธเกี่ยวกับกรณีการทำร้ายผู้เสียชีวิต ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอศพผู้เสียชีวิต ยังอยู่ระหว่างรอผลจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ

รรท.ผบก.ป.กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ในส่วนของการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมทั้ง 3 รายนี้ ถือว่าได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีครบทั้งหมดแล้ว สามารถตอบคำถามสังคมได้ทุกคำถามเนื่องจากที่ผ่านมา หลังจากจับกุม น.ส.กฤษณา ไว้ได้แล้ว ยังมีผู้สอบถามถึงกรณีผู้ร่วมกระทำความผิด ทางพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เหลือ และจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ น.ส.กฤษณา ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล เป็นเพราะพยานหลักฐานทางคดีอ่อนหรือไม่ พ.ต.อ.ไมตรี กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของศาลไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของตำรวจ แต่หากพบว่าเข้าไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานในคดี อาจยื่นคำร้องเพื่อขอให้ยกเลิกการปล่อยตัวชั่วคราวได้ ส่วนกรณีที่ นางจันทิรามารดาของผู้เสียชีวิต ร้องทุกข์ว่ามีโทรศัพท์จากชายลึกลับติดต่อเข้ามาหาโดยขอให้ล้มคดี และทำให้หวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตนั้น เท่าที่สอบถามพบว่า นางจันทิรา ไม่ได้ถูกโทรศัพท์มาข่มขู่โดยตรง และยังตรวจสอบไม่ได้ว่าเป็นผู้ใด