แจ้งความเจ้าของสถาบันสอนการแสดงย่านรามอินทรา ฉ้อโกง หลอกลวง

14.11.17 | 17:15 น.

เมื่อวันมี่ 14 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางกชพรรณ นิธีธนพร อายุ 45 ปี อาชีพพนักงานบัญชี พร้อมผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.พรพิมล ดอกไม้ รองสว.(สอบสวน)กก.1.บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.เอ (นามสมมุติ) เจ้าของสถาบันฝึกสอนการแสดงแห่งหนึ่งย่านรามอินทราในข้อหาฉ้อโกง หลังหลังพบมีพฤติกรรมหลอกลวงให้บุตรหลานของผู้เสียหาย ลงสมัครคอร์สการแสดง ร่วมลงทุนถือหุ้นละครซีรีย์ และหลอกชักชวนพาไปต่างประเทศรวมทั้งอ้างว่าเป็นญาติกับนักร้องชื่อดัง

นางกชพรรณ กล่าวว่า รู้จักบริษัทนี้ผ่านเพจเฟซบุ๊ค ซึ่งดูแลโดยน.ส.เอ และได้มีการประกาศหานักแสดงหน้าใหม่เพื่อร่วมเล่นละคร ซีรีย์ เรื่องดรีมทีม เป็นซีรีย์ เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่น จะเริ่มถ่ายทำกันช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2560 จึงพาลูกไปสมัครเรียนที่สถาบันดังกล่าว ตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 14 แต่ต่อมาถูก น.ส.เอ ชักชวนให้ร่วมหุ้นละครซีรีย์ดังกล่าว 5 หมื่นบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเรียนการแสดงรวมแล้ว 1.4 แสนบาท ซึ่งบริษัทได้ให้สัญญาว่าเด็กที่มาเรียนการแสดงจะได้รับบทนำในละคร แต่เมื่อถึงเวลาแสดงจริงกลับได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบทั่วไปและไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ ทั้งยังอ้างเป็นญาตินักร้องชื่อดัง และมีรูปถ่ายคู่จำนวนมากอีกด้วยทำให้ตนเชื่อ

นางกชพรรณ กล่าวว่า นอกจากนี้ น.ส.เอ ยังได้อ้างว่าญาติของตนเองที่เป็นศิลปินนักร้องชื่อดังได้จัดทัวร์ไปประเทศญี่ปุ่น ถ้าอยากไปด้วยต้องเสียค่าใช้รายละ 20,000 บาท จึงมีผู้หลงเชื่อจ่ายเงินหลายราย แต่เมื่อถึงวันที่กำหนดเดินทาง กลับบ่ายเบี่ยงอ้างนักร้องชื่อดังคนดังกล่าวติดธุระ ไม่ยอมคืนเงินให้ จนถึงขณะนี้พบว่ามีผู้เสียหายแล้วกว่า 100 ราย ถูกหลอกสูญเงินไปรายละหลายหมื่นถึงแสนกว่าบาท

ด้านนายประสิทธิ์ พรหมมาตร ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า น.ส.เอ ได้อ้างว่าลูกสาวตนเหมาะกับบทละครซีรีย์แต่ต้องเรียนการแสดงเพิ่ม เพื่อปรับพื้นฐาน มีค่าเรียนคอร์สละ 12,000 บาท แต่เนื้อหาในการเรียนส่วนใหญ่เป็นเพียงการละลายพฤติกรรม ทำสมาธิ และเป็นการเรียนการแสดงเพียงส่วนน้อย ทั้งนี้ยอมรับว่าลูกสาวได้แสดงละครจริง แต่ได้รับค่าจ้างน้อยเพียงตอนละ2,000บาท ตนต้องเสียเวลาทวงถามหลายครั้ง จึงจะได้เงินมา จากนั้นนางอรุณีก็ยังพยายามชักชวนให้ไปต่างประเทศอีกหลายครั้งโดยอ้างว่าเพื่อไปโปรโมทละครและถ่ายมิวสิควิดีโอได้ปฏิเสธไป ก่อนจะมาทราบภายหลังว่ากลุ่มคนที่ตอบตกลงไปและจ่ายเงินค่าเดินทางแล้วนั้น สุดท้ายก็ไม่ได้ไป โดยได้รับเหตุผลว่าทางบริษัทต่างประเทศขอเลื่อนการถ่ายทำ โดยไม่มีการชี้แจงเป็นเอกสาร และไม่มีใบเสร็จชำระเงินใดๆมอบเป็นหลักฐาน
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ พร้อมกับจะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป