เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ร.ต.อ.ศรสุพรรณ อดทนศรีอนันต์ รอง สว.สอบสวน กก.2 บก.ป. คุมตัว น.ส.ปาวีณา หรือปอน รอดเชื้อ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.ป้องกันเเละปราบปรามการค้ามนุษย์และสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ และนายวิชัย เพ็ญสวัสดิ์ อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการครูใน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดา-มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรค 3, 283 ทวิ มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังครั้งแรก โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

คำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีว่า ได้รับการร้องทุกข์จาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) มารดาของ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปีเศษ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ให้ช่วยเหลือบุตรสาว หลังถูก น.ส.ปาวีณาบังคับให้ขายบริการทางเพศกับนายวิชัยเป็นเวลานานกว่า 7 เดือน ชุดจับกุมจึงสืบสวนตรวจสอบจากผู้เสียหายจนทราบข้อเท็จจริงว่าถูก น.ส.ปาวีณาหลอกว่ามีงานให้ทำ งานง่ายๆ แค่กิน-เที่ยวเป็นเพื่อนเขา ผู้เสียหายจึงตกลงทำ แต่เมื่อ น.ส.ปาวีณานำตัวไปส่งให้ลูกค้ากลับเป็นการขายบริการทางเพศ หากไม่ทำตามก็จะโกรธ ด่าทอ และทุบตีทำร้ายร่างกาย ทำให้ไม่กล้าปฏิเสธ จึงถูกบังคับขายบริการทางเพศ
โดยในการนำตัวผู้เสียหายไปส่งขายบริการทางเพศให้กับลูกค้า น.ส.ปาวีณาจะเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 1 กฒ 8727 พระนครศรีอยุธยา ไปส่งตามสถานที่ที่ผู้ซื้อบริการนัดหมายเอาไว้ หรือบางครั้งผู้ซื้อบริการจะมารับตามสถานที่ที่ตกลงกัน เมื่อทำงานได้เงินมาแล้วจะต้องนำไปมอบให้กับ น.ส.ปาวีณา
กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมวางแผนให้ผู้เสียหายประสานแจ้งให้ทราบหากนายวิชัยมาติดต่อซื้อบริการทางเพศ พร้อมกับนัดแนะวิธีส่งสัญญาณหรือให้เข้าจับกุม และในวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 17.30 น. ได้รับการประสานจากผู้เสียหายว่ามีลูกค้าเป็นนายวิชัยโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อบริการ โดยตกลงราคากัน 600 บาท ตรวจสอบแล้วเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของนายวิชัยจริง ต่อมานายวิชัยได้นัดหมายที่จะมารับผู้เสียหายที่บริเวณปากทางเข้าหอพัก ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพาไปยังห้องพักแมนชั่นแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายวิชัยได้ขณะอยู่ภายในห้องพักแมนชั่น พร้อมเงินค่าซื้อบริการเป็นเงิน 600 บาท
เหตุเกิดที่ ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา, หอพัก ต.ไผ่ลิง จ.พระนครศรีอยุธยา และห้องพักแมนชั่น ต.ไผ่ลิง จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างเดือนตุลาคมถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาจะครบ 48 ชั่วโมงในวันที่ 16 พฤศจิกายน เนื่องจากจะต้องสอบสวนพยาน 7 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ของกลางยาเสพติดและผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ จึงขอศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-27 พฤศจิกายน หากผู้ต้องหาขอประกันตัวในชั้นศาลจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี โดยศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาญาติของนายวิชัยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด มูลค่า 2 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกัน โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท ส่วน น.ส.ปาวีณาไม่มีญาติหรือทนายความยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้ควบคุมตัว น.ส.ปาวีณาไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

