จากกรณีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม สายการบินแอร์อินเดีย ดรีมไลเนอร์โบอิ้ง 787 เที่ยวบินเอไอ 332 บินจากเมืองเดลี ประเทศอินเดีย ได้ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 19.03 น. เนื่องจากถูกขู่วางระเบิดทำให้ผู้โดยสารกว่า 200 คน ต้องอพยพลงมาจากเครื่องบินตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ทางด้านนายมงคล วัชรางค์กุล นักเขียนในเครือมติชน อายุ 70 ปี หนึ่งในผู้โดยสารเครื่องบินลำดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ว่า ตนโดยสารเครื่องบินสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบิน เอไอ 332 ออกจากเดลี ราว 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อใกล้ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ แอร์โฮสเตสประกาศให้ผู้โดยสารพร้อมลงจากเครื่อง อย่างฉุกเฉิน และไม่ให้นำสัมภาระติดตัวไป จากนั้นเครื่องบินได้ลงจอดเมื่อเวลา 19.03 น. โดยมีการกระแทกอย่างรุนแรง ผู้โดยสารประมาณ 200 คน ต้องสไลด์ลงจากตัวเครื่อง ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดียและมีชาวต่างชาติอื่นๆ จำนวนหนึ่ง ส่วนคนไทยคาดว่ามีประมาณ 8 คน และเป็นกลุ่มของตนที่ เดินทางมาพร้อมกันรวม 5 คน
“ผมขึ้นเครื่องจากเมืองเดลี ราวๆ 13.00 น. มากรุงเทพฯ แอร์โฮสเตสได้ประกาศว่าขอให้ผู้โดยสารทุกคนพร้อมที่จะลงจากเครื่องแบบฉุกเฉินไม่ให้นำสัมภาระติดตัวไป จนตอนลงจอดเมื่อเวลา 19.03 น. เครื่องกระแทกแรงมาก ลงจอดในแดนฉุกเฉิน ผู้โดยสารสไลด์ลงมาทั้งหมด สถานการณ์ในช่วงนั้นค่อนข้างเครียด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะผู้หญิงและคนชราต่างฟกช้ำ แขนถลอกไปตามๆ กัน มีเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะปฐมพยาบาลเบื้องต้น” นายมงคลกล่าว และว่า ในเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่ปล่อยผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าวเข้าสู่ตัวอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ
นายมงคลกล่าวด้วยว่า มีแอร์โฮสเตสรายหนึ่งกล่าวว่า สำนักงานสายการบินแอร์อินเดีย ที่มุมไบ ได้รับโทรศัพท์ขู่วางระเบิด โดยระบุว่ามีระเบิดอยู่บนเครื่องบิน แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดมากกว่านี้ได้
“ช่วงที่แอร์โฮสเตสประกาศให้ผู้โดยสารทุกคนปลดเข็มขัดนิรภัยพร้อมเตรียมลงจากเครื่อง โดยอ้างว่่าถูกก่อกวน ให้ผู้โดยสารลงจากเครื่องด่วนที่สุด และมีผู้โดยสารวิ่งกรูมาที่ประตูทางออกฉุกเฉิน ผมโชคดีนั่งใกล้ประตูฉุกเฉินกลางเครื่อง สไลด์ลงมาคนที่ 5-6 ก้นกระแทกพื้นรันเวย์ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ”

