บริหารงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มากว่า 2 เดือน ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษปลัดกระทรวงป้ายแดง “นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์” ซึ่งเป็น “คนใน” คนแรกที่ได้รับแต่งตั้งในรอบ 5 ปี ของ พม. ถึงวิสัยทัศน์และนโยบาย ณ ห้องรับรองชั้น 8 กระทรวง พม. สะพานขาว
ซึ่งนอกเหนือจากการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่ปลัดคนนี้ตั้งใจจะทำให้ได้ ด้วยเป็นคนในที่เติบโตมากับกระทรวงนี้กว่า 30 ปี ทำให้มีอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำ
ปลัดป้ายแดงกล่าวว่า สิ่งแรกที่อยากทำ คือเพิ่มทักษะและทำงานด้านไอทีมากขึ้น ตั้งแต่งานเอกสารที่จะเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น อย่างตอนนี้เราประชุมศูนย์ปฏิบัติการ พม.ตอนเช้า จะมีคิวอาร์โค้ดให้สแกนหน้าห้อง จากนั้นทุกอย่างตั้งแต่วาระการประชุม คลิปวิดีโอ อินโฟกราฟิก จะเข้าไปอยู่ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตของผู้สแกนทั้งหมด เป็นการลดการใช้กระดาษ ถัดมาเป็นการจัดทำข้อมูลด้านสังคม ซึ่งจะให้สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ (สสว.) 12 แห่งทั่วประเทศ ไปสำรวจพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อดูว่ากลุ่มเป้าหมาย พม.ในพื้นที่เหล่านี้มีเท่าไหร่ มีปัญหาอะไรบ้าง จากนั้นรีเช็กข้อมูลกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าสอดคล้องกันหรือไม่ ก่อนส่งมอบข้อมูลให้ศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศของกระทรวง จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป ซึ่งเมื่อนั้นหากสงสัยอะไรจะสามารถค้นหาข้อมูลได้ทันที
“เรื่องนี้เราอาจไม่เคยทำมาก่อน แต่ต้องทำ เพราะจะเป็นฐานข้อมูลของกระทรวงที่จะทำให้รู้ว่าพื้นที่ไหนใครมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่ความตั้งใจต่อไปคือ การจัดทำกระบวนการแก้ปัญหาให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ แต่ทั้งนี้ ก็ตั้งคำถามว่าเวลาประชาชนมีปัญหา ทำไมต้องไปขอความช่วยเหลือเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ มูลนิธิปวีณา หรือถามพี่อ้อยพี่ฉอด ทำไมไม่โทรมาศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ก็อาจเพราะเขาไม่รู้จัก พม.มากพอ จึงตั้งใจว่าจะทำ พม.ให้เป็นแบรนด์ที่ประชาชนรู้จัก เชื่อมั่น อัธยาศัยดี และประสานส่อต่อความช่วยเหลือได้”

ด้วยความเป็นคนในกระทรวง เติบโตและเห็นการเปลี่ยนแปลงมาอยู่ตลอด จึงรู้จุดอ่อนสำคัญของ พม. คืองานบริหารบุคคล
ปลัด พม.กล่าวว่า เนื่องจากบุคลากร พม.ที่มีทั้งหมดหมื่นคนเศษ ร้อยละ 50 เป็นพนักงานราชการ อาจไม่มีความมั่นคงและก้าวหน้า ทำให้ต้องพยายามไปสอบเป็นข้าราชการ สอบติดก็ออกไป ทำให้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะที่ร้อยละ 30 เป็นข้าราชการ และร้อยละ 20 เป็นลูกจ้างประจำ ก็เกิดปัญหาว่าคนที่เราฝึกองค์ความรู้ให้แล้วสักพักก็หายไป จึงตั้งเป้าหมายว่า เปลี่ยนจาก 1 งานทำกันหลายคน เป็น 1 คนต้องทำอะไรได้หลายอย่าง อาทิ รู้การใช้คอมพิวเตอร์ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ เป็นโฆษกได้ รอบรู้ นอกเหนือจากงานหลักที่ต้องทำและรู้อยู่แล้ว
“การแต่งตั้งโยกย้าย พม.จากนี้ ผมตั้งใจว่าจะพิจารณาคนที่มีประสบการณ์ และความสามารถหลากหลายเป็นลำดับแรกๆ อาจเป็นคนเก่งอายุน้อยก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องเป็นคนดี อย่างระดับผู้อำนวยการ อธิบดี ต่อไปจะมาเซ็นเอกสารอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องคิดทุกเรื่อง ทำอินโฟกราฟิกเป็น ประสานงานได้ ต้องรู้มากขึ้น หากทำได้ก็จะพิจารณาเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ผมพยายามสร้างและให้โอกาสคนมาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ รองรับกับสถานการณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้าที่ผู้บริหาร พม.ระดับ 10 ขึ้นไปจะเกษียณอายุราชการเกือบหมด”
ปลัดป้ายแดงจะบริหารงานอีก 10 เดือน ก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2561 แม้จะมีเวลาให้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก แต่ก็พร้อมจะทำเต็มที่


