เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รองผบช.ทท. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงจับกุม นายเฉิน เกา เฉิน และ นายเฉิน สง หง ชาวได้หวัน กับพวกรวม 7 คน สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และมีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า มีคำสั่ง ตร.ที่683/2530 ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มีพล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ เป็นหัวหน้า และเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ ทั้งนี้ในการจับกุมเป็นการสนธิกำลังของตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง (สตม.)ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 6 สืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก ในจำนวนนี้มีระดับสั่งการด้วย

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์สร้างปัญหาให้กับประชาชนและกำลังระบาดไปทั่วประเทศ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ในการปลอมหมายเลขโทรศัพท์ แล้วพยายามสุ่มโทรศัพท์เข้าไปติดต่อพูดคุยโน้มน้าวให้เหยื่อหลงกลรับสายเข้า อาทิ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ขอตรวจสอบเงินในบัญชีธนาคารที่มักจะอ้างว่าคุณอาจพัวพันกับยาเสพติด หรือเป็นหนี้บัตรเครดิตต้องชำระในยอดพิเศษ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ภาษี หรือได้รางวัลชิ้นใหญ่จากต่างประเทศ แต่ต้องโอนเงินบางส่วนออกมาชำระภาษีก่อน หากเหยื่อไม่ทำตามขั้นตอนก็ขู่จะอายัดเงินในบัญชีธนาคารของเหยื่อ ให้รีบกดเงินสดออกมา หรือย้ายโอนเงินไปใส่อีกบัญชีธนาคารหนึ่งที่ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เตรียมเอาไว้ให้แล้ว จึทั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลหมายจับผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ 107 หมาย จับกุมได้แล้ว 82 หมาย และอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม 25 หมาย

อีกราย ตำรวจท่องที่ยวเปิดยุทธการอินทรีทมิฬ (Black Eagle) โดยบูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (สปพ.) หน่วยสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบยาเสพติด ตำรวจนครบาล และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 40 จุด ในพื้นที่กทม. สามารถจับกุมผู้ต้องหา 40 ราย จำแนกเป็นข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 ราย เป็นชาวโซมาเลีย 5 ราย ไนจีเรีย 1 ราย จับกุมข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ โอเวอร์สเตย์ 11 ราย เป็นชาวกินี 1 ราย ซีเรีย 1 ราย ไนจีเรีย 1 ราย ปากีสถาน 6 ราย และคองโก 2 ราย ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่า 90 วัน เป็นชาวกินี 1 ราย และข้อหาเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน ซึ่งรับบุคคลต่างด้าว ไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานหน้าที่ 1 ราย

