เริ่มแล้ว ประชุมลดขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน ชื่นชมไทยประเทศแรกประกาศห้ามสูบบุหรี่ชายหาด เผยขยะทะเลร้อยละ 80 มาจากบนบก 23 จังหวัดชายทะเล ขอความร่วมมือลดการใช้ถุงพลาสติก เปลี่ยนภาชนะใส่อาหารเพื่อลดปริมาณขยะ
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ จ.ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นเจ้าภาพประชุมระดับอาเซียน เรื่อง การลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทย และจีน โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส. เป็นประธานเปิดการประชุม มีตัวแทนเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากประเทศสมาชิกประเทศอาเซียนและประเทศจีน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเข้าร่วมประชุม
พล.อ.สุรศักดิ์เปิดเผยว่า ขยะทะเลกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก ที่สหประชาชาติกำลังให้ความสำคัญ เพราะได้กำหนดให้การจัดการทรัพยากรทางทะเลเป็น 1 ใน 17 เป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ เนื่องจากทะเลทั่วโลกที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ ที่ต่างคนต่างตักตวงใช้โดยไม่คำนึงผลที่เกิดขึ้นในระยะยาว กำลังเผชิญกับขยะที่ล่องลอยจากแผ่นดินออกสู่ทะเล และจากฝั่งออกสู่ท้องทะเล รวมทั้งกิจกรรมในทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกได้สร้างปัญหามากมาย ขยะพลาสติกขนาดใหญ่ เช่น แห อวน หรือซากสิ่งของ เป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทำให้แนวปะการังและพื้นท้องทะเลเสื่อมโทรม ทำลายทัศนียภาพของชายหาด ส่งผลต่อการประมง และการท่องเที่ยวของหลายประเทศ
“ขยะทะเลที่ย่อยสลายเป็นชิ้นเล็กๆ จนมองแทบไม่เห็นหรือที่เรียกว่า ไมโครพลาสติก ได้ผ่านเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหารสัตว์ในทะเลและผ่านจากอาหารทะเลสู่มนุษย์ ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว การแก้ปัญหาขยะทะเลจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทย โดย ทส.จึงได้คิดริเริ่มที่จะแก้ปัญหา ทั้งนี้ เพราะขยะทะเล เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศในอาเชียนต่างก็กำลังประสบปัญหาและเผชิญกับความท้าทายร่วมกันจึงได้หารือกับสำนักเลขาธิการอาเชียนในการริเริ่มสร้างความร่วมมือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การจัดการประชุมระดับอาเซียน เรื่อง การลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ASEAN Conference on Reducing Marine Debris in ASEAN Region จึงเกิดขึ้น เพื่อให้ประเทศอาเซียน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมกัน” รัฐมนตรี ทส.กล่าว
พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้หลายๆ ประเทศให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาขยะทะเล อาทิ จีน เพิ่งจัดการประชุมการจัดการขยะทะเลในเขตเมืองชายฝั่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่อินโดนีเชียอยู่ระหว่างเตรียมงานจัดการประชุมเกี่ยวกับเรื่องขยะทะเลเช่นกัน สำหรับประเทศไทย จากการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาขยะทะเล พบว่าร้อยละ 80 ของขยะทะเลมาจากบนบก ส่วนขยะจากกิจกรรมทางทะเล มีเพียงร้อยละ 20 รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นจัดการขยะตกค้าง 30 ล้านตัน ให้หมดไป และจัดการขยะใหม่ปีละ 27 ล้านตัน ต้องลดที่ต้นทาง นำมาใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้ ในปี 2561 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 3Rs Forum ในกลุ่มประเทศเอชีย-แปซิฟิก รวมทั้งการออกกฎหมายและการสร้างวินัยคนในชาติ
“ขณะ ทส.ยังร่วมมือกับทุกภาคและภาคเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันพลาสติก ผลักดันการขับเคลื่อนแผนการจัดการพลาสติก ขยะพลาสติก โดยเน้นหลักการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก รีไซเคิลพลาสติก นอกจากนี้ ยังร่วมกับภาคเอกชนที่ผลิตน้ำดื่ม การลดและเลิกใช้ cap seal หรือพลาสติกที่หุ้มฝาขวด โดยข้อมูลในปี 2559 พบว่ามีน้ำดื่มที่ใช้ cap seal ถึง 2,600 ล้านขวด สำหรับเรื่องขยะทะเล ทส.กำหนดให้เขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลทุกแห่งปลอดจากถุงพลาสติก และเมื่อช่วงปลายเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เริ่มโครงการนำร่องกับหน่วยงานใน 15 จังหวัดชายฝั่งทะเล กำหนดพื้นที่ชายหาด 24 แห่ง ให้เป็นชายหาดปลอดจากการสูบบุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่และขยะอื่นๆ” รัฐมนตรี ทส.กล่าว

ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เชื่อว่าจะได้ผลตามที่กำหนดไว้และจะยกระดับการแก้ปัญหาเพื่อลดปัญหาขยะทะเลในระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งการจัดทำแผนดำเนินการและช่องทางการติดต่อของแต่ละประเทศที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาขยะทะเล ทั้งนี้ประเทศไทยมีจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล 23 จังหวัด อันดามัน 6 จังหวัด อ่าวไทย 17 จังหวัด สำรวจปี 2559 พบว่า ทั้ง23 จังหวัด มีขยะเกิดขึ้น 10.78 ล้านตัน เป็นพลาสติก 1.3 ล้านตัน มีการจัดการที่ถูกต้อง 0.96 ล้านตัน ขณะที่พลาสติกที่จัดการไม่ถูกต้องมีโอกาสถูกชะและพัดลงไปในทะเล กลายเป็นขยะทะเลแน่นอน นอกจากนี้ ขยะทะเลยังเกิดจากกิจกรรมในทะเลอีกด้วย เช่น การขนส่งทางเรือ เรือสำราญ เรือท่องเที่ยว ประมงชายฝั่ง อีกด้วย
“นอกจากชายหาด 24 แห่งปลอดขยะ ยังมีโครงการลดขยะบนเกาะไข่ จ.พังงา โครงการประชารัฐขจัดขยะทะเล และที่ได้เริ่มใหม่คือการสำรวจตลาด ร้านค้า และบ้านเรือนประชาชนรอบชายฝั่งใน 23 จังหวัดชายทะเล คาดว่าไม่เกิน 3 เดือน จะสามารถสรุปได้ว่าในแต่ละพื้นที่มีจำนวนตลาดร้านค้า และบ้านเรือนประชาชนกี่แห่ง เพื่อขอความร่วมมือลดการใช้ถุงพลาสติก เปลี่ยนภาชนะใส่อาหารเพื่อลดปริมาณขยะให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้เราจะประกาศให้กลุ่มประเทศอาเซียนและจีนทราบว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ประเทศไทยจะประกาศพื้นที่นำร่อง 24 ชายหาดทั่วประเทศเป็นพื้นที่ปลอดการสูบบุหรี่ ทั้งนี้ ก้นบุหรี่ก็เป็นขยะตัวสำคัญอีกประเภทหนึ่งที่ทำลายทั้งความงดงามและสิ่งแวดล้อมบริเวณชายหาด มีการสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปรากฏว่าทุกคนตื่นเต้นและเห็นดีด้วยกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการประกาศห้ามสูบบุหรี่ชายหาดในกลุ่มประเทศอาเซียน” นายจตุพรกล่าว

