นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า สส.ริเริ่มพัฒนาโครงการโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรืออีโค่สคูลตั้งแต่ปี 2551 โดยแนวคิดหลักของโรงเรียนอีโค่สคูลคือ การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach) ตั้งแต่ระดับนโยบายโรงเรียน การจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ และการจัดการสภาพแวดล้อมในโรงเรียน โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับประเด็นท้องถิ่น และเสริมสร้างการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมทั้งจากผู้บริหารโรงเรียน ครู และเด็กนักเรียน จนไปถึงการร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง “พลเมืองเพื่อสิ่งแวดล้อม” การดำเนินงานโครงการฯ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่ใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นประเด็นการเรียนรู้ตามบริบทของโรงเรียนและชุมชน ในปี 2556 ขยายผลโครงการไปสู่โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
อธิบดี สส. กล่าวต่อว่า สส.ดำเนินการขยายผลโรงเรียนอีโค่สคูลไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำหรับในปีงบประมาณ 2560 สส.มีนโยบายบูรณาการการดำเนินงานโรงเรียนอีโค่สคูลและโครงการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมศึกษาอาเซียน ที่มุ่งเน้นให้งานสิ่งแวดล้อมศึกษาโดยเฉพาะโรงเรียนอีโค่สคูลเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนของอาเซียน และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับประเทศ ซึ่งกำหนดเป้าหมายให้พื้นที่ดำเนินโครงการเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนจะต้องมีโรงเรียนอีโค่สคูลตั้งอยู่ในพื้นที่ในทุกจังหวัดภายในระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ทั้งนี้ ปัจจุบันมีโรงเรียนอีโค่สคูลทั่วประเทศ จำนวน 177 โรงเรียน
“การดำเนินงานของโรงเรียนอีโค่สคูลหลายแห่ง ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการดำเนินโครงการโรงเรียนอีโค่สคูล เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาโรงเรียนที่เชื่อมโยงและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของชุมชน จนกลายเป็นโรงเรียนของชุมชนอย่างแท้จริง และการเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งซึ่งถือว่ามีความสำคัญที่สุด และเป็นเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินโครงการ” นายรัชฎากล่าว

