เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เตรียมความพร้อมในการทำกิจกรรม “เดิน…เทใจให้เทพา หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน เดิน…หานายกฯ หยุดทำลายชุมชน” โดยได้จัดเตรียมเสบียง สัมภาระในการค้างคืนสำหรับการเดินเท้าจากอำเภอเทพาไปยังอำเภอเมืองสงขลา เพื่อเข้าพบและยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดเดินทางมาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 27 และ 28 พฤศจิกายนนี้ โดยมีกำหนดออกจากชุมชนบางหลิงซึ่งเป็นใจกลางของพื้นที่ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ในช่วงสายของวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าชาวบ้านในพื้นที่โครงการ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชนอีกหลายเครือข่าย ได้เดินทางมารวมตัวกันที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะร่วมกันเดินเท้า โดยได้ร่วมกันละหมาดฮายัตเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเดินเท้า รวมถึงการยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุติโครงการนี้ พร้อมร่วมกันอ่านแถลงการณ์
ในส่วนของการรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น ในขณะนี้ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาได้สั่งการให้กองร้อยชุดควบคุมฝูงชนเตรียมความพร้อม ณ ที่ตั้ง สามารถออกปฏิบัติการได้ทันทีที่มีคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการการรักษาความสงบเรียบร้อยในกรณีนี้
สำหรับกำหนดการเดินเท้าของเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาในวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน ในการเดินแต่ละวันจะมีจุดกำหนดแวะพักเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับเครือข่าย อาทิ เครือข่ายคัดค้านโครงการท่อก๊าซฯไทย-มาเลเซีย เครือข่ายคัดค้านโครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2 เป็นต้น มีกำหนดเดินทางถึงอำเภอเมืองสงขลาในวันที่ 27 พฤศจิกายน
นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 “เราจะเดินอย่างสันติ ไปพบนายกรัฐมนตรีเพื่อบอกถึงความทุกข์ร้อนของคนเทพา ช่วงหนึ่งระบุว่า ชาวบ้านมองว่า 3 ปีที่ผ่านมาได้ไปยื่นหนังสือที่กรุงเทพฯหลายครั้ง ได้ส่งจดหมายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือแถลงการณ์นับร้อยหน แต่ไม่เคยได้เจอนายกรัฐมนตรีหรือมีเสียงตอบรับใดๆ จากท่าน ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาในพื้นที่ ชาวบ้านจึงจะไปถามว่า ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ชาวบ้านบางหลิงและใกล้เคียง 180 ครัวเรือนร่วม 1,000 คนต้องถูกบังคับโยกย้ายออกไป จึงอยากไปถามนายกฯว่า “แล้วจะให้ชาวบ้านไปอยู่ที่ไหน” รวมทั้งผลกระทบและความไม่เป็นธรรมมากมายจากโครงการนี้
การเดินในครั้งนี้เป็นระยะทาง 75 กิโลเมตร จะดำเนินไปด้วยสันติ ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง นอกจากเจตนาบริสุทธิ์ในหัวใจของเราทุกคน ที่ต้องการสื่อแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ ความเจ็บปวดในเลือดเนื้อ ชีวิต จิตวิญญาณของบรรพชนและของพวกเราทุกคนในที่แห่งนี้ จึงขอจากบ้านของเราไปเพื่อถามไถ่ท่านต่อหน้าต่อตาถึงสิ่งเหล่านี้ แม้ก่อนหน้านี้เสียงที่เราเคยเปล่งออกไปจะไม่ดังเพียงพอให้ท่านได้ยิน แต่การเดินในครั้งนี้จะค่อยๆ ส่งเสียง

